| Naruenart's profileAlcoholism ~~ I live wit...PhotosBlog | Help |
March 25 Pit Bull Weight PullingGood Morning คร๊าฟทุกทั่น เสาร์ อาทิตย์นี้ มีโปรแกรมไปซิ่งไหนอ๊ะป่าว อากาศร้อนๆยังงี้ น่าจะจัดทริปไปทะเลด้วยกันจังเลยเนอะ ไปเล่นน้ำ พักผ่อนริมหาด จิบเหล้าจิบเบียร์ นั่งคุยทำความรู้จัก + แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน โอ้ว เริด!!! แต่ก็นะ มันก็เป็นแค่ Idea ท่าทางจะเกิดขึ้นยาก งั้นก็ไม่เป็นไร ใครไปไหนมาไหนแล้วเกิดความประทับใจ อยากเล่าสู่กันฟังก็เขียนลงสเปซของแต่ละคนเอาก็ได้เนอะ สำหรับนู๋ต้นวันอาทิตย์นี้ก็มีโปรแกรมแล้วล่ะ ไปดูการแข่งขันสุนัขพิตบูลลากน้ำหนัก ที่ศูนย์ฝึกสุนัข D1 ถนนกรุงเทพกรีฑา
ถ้าใครอยู่แถวนั้นแล้วสนใจอยากจะรู้ว่า เอ๊ะ ไอ้หมาหน้าโหดมันจะแข่งลากน้ำหนักกันยังไงวะ ก็ขอให้ลองสละเวลาไปร่วมชมซักแว๊ปนึงก็ยังดี แล้วทัศนคติที่มีต่อคำว่า พิตบูลเทอร์เรีย ของทุกๆคนจะเปลี่ยนไป มันไม่โหด ไม่ก้าวร้าว เหมือนกับที่สื่อต่างๆนำเสนอหรอกนะจ๊ะ สุนัขก็เหมือนกับผ้าขาว อยู่ที่เราผู้เป็นเจ้าของจะวาดอะไรลงบนผ้าขาวผืนที่เรามีอยู่ จะไปโทษสุนัขซะทั้งหมดก็ไม่ได้ถ้าเกิดมันไปกัดไปทำร้ายคนอื่นเข้า ก็สัญชาติญาณของมันเป็นยังงั้น ต้องโทษความเหี้ยของเจ้าของมากกว่าที่ปล่อยปะละเลย ไม่สนใจดูแลเอาใจใส่มันมากกว่า พิตบูลก็เหมาะที่จะเลี้ยงร่วมกับเด็กๆได้ดี เพราะเป็นสุนัขที่มีความอดทนมาก เล่นแรงกับมันแค่ไหนมันก็ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ อย่างมากถ้ามันรำคาญมันก็จะเดินหนี และอีกอย่าง ไอ้หมาพันธุ์นี้แม่งโคตรขี้งอนเลย ดุมันนิดหน่อยนี่ก็เดินหนีไปนอนขดอยุ่มุมบ้าน เรียกให้มาหา มากินข้าว ก็ไม่ยอมมา ต้องเดินไปโอ๋ ไปขอโทษ มันถึงจะหายงอน เวรจริงๆ
วันพรุ่งนี้ก็จะเริ่มงานแข่งลากน้ำหนักเก็บคะแนนสะสมชิงแชมป์ประเทศไทยสนามที่ 1 แล้วนะจ๊ะ (มีทั้งหมด 6 สนามแข่งเดือนเว้นเดือน) อยากเชิญชวนผู้ที่สนใจ แวะไปร่วมชมร่วมเชียร์ให้กำลังใจพิตบูลที่เข้าแข่งขันลากน้ำหนักกันดีกว่า มีทั้งความสนุกสนาน ความเฮฮา ซึ่งยากที่จะหาได้จากการแข่งขันทำกิจกรรมของสุนัขชนิดอื่นๆ กติกาการแข่งขันคือ สุนัขต้องลากน้ำหนักให้ได้ระยะทาง 5 เมตร ภายในระยะเวลา 60 วินาที ปีที่แล้วเจ้าของแชมป์สถิติประเทศไทยได้แก่เจ้า คาร์บอมบ์ ฉายา ไอ้เด็กระเบิด สถิติที่ทำไว้คือ 3,500 กิโลกรัม ดูไม่ผิดหรอก ไอ้ต้นไม่ได้ใส่เลขผิดด้วย ไอ้คาร์บอมบ์ลากน้ำหนักได้ 3 ตันครึ่ง!!! โฉมหน้าแชมป์ประเทศไทย ไอ้เด็กระเบิด คาร์บอมบ์ นั่นคือสถิติของปีที่แล้ว ส่วนปีนี้ได้ข่าวแว่วๆว่าตอนนี้น้ำหนักสูงสุดที่ทำได้อยู่ที่ 4ตันครึ่ง!!! แล้วนี่ก็เป็นภาพการซ้อมของเจ้าคาร์บอมบ์ (ลากน้ำหนัก 3 ตันวิ่งฉิว ฝุ่นตลบเลย)
ตัวรองแชมป์ปีที่แล้วได้ข่าวว่าเกิดอาการบาดเจ็บจากการฝึกซ้อม ท่าทางสนามแรกของปีนี้จะไม่ได้เข้ามาร่วมงาน โอ้ว น่าเสียดายซะจริงๆ เพราะปีที่แล้วแข่งกันได้สูสีมาก แต่อาจเป็นเพราะเพลียจากการเดินทางมาจากเชียงใหม่ + อากาศที่ร้อนอบอ้าว ทำให้เจ้าอดัมส์ทำผลงานได้แค่ 3,300 กิโลกรัม เท่านั้นเอง!!! โฉมหน้าเจ้าอดัมส์ ของคุณจอห์น มาไกลจากเชียงใหม่เชียวนะเนี่ย ถ้าใครชอบสุนัข อยากเห็นความสนิทสนมของสุนัขที่ทำกิจกรรมร่วมกับเจ้าของ ลองแวะไปที่ศูนย์ฝึก D1 ถนนกรุงเทพกรีฑาดูนะจ๊ะ งานเริ่มตั้งแต่ประมาณ 9.00 น. จนถึง 15.00 น. แล้วจะได้เห็นความน่ารักของ American Pit Bull Terrier สุนัขที่คุณมาสามารถเดินเข้าไปลูบหัว ลูบตัว แยกเขี้ยวมันเล่นได้ (แต่ควรให้เจ้าของมันอยู่ใกล้ๆด้วยนะจ๊ะ) ลองคลิกดู แล้วคุณจะรู้จัก American Pit Bull Terrier มากขึ้น http://www.apbtconformation.com/movie.htm March 18 I'm Backโย่วๆ สวัสดีครับมิตรรักแฟนสเปซทุกทั่น
นู๋ต้นกลับมาแว้ววววว หลังจากที่ห่างหายไปตั้ง 4 เดือน
เป็นยังไงกันมั่งเอ่ย ไม่ได้อัพเดทข่าวคราวกันมั่งเลย
ที่ผ่านๆมาก็มีทั้งเรื่องดีและเรื่องแย่ แต่ก็นะ life goes on
พยายามไม่คิด ไม่เครียด แต่ก็อดไม่ได้ในบางครั้ง ดีนะที่ได้งานทำแว้ว ถึงจะเหนื่อยมาก เครียดมาก แต่ก็ทำให้หายฟุ้งซ่านไปได้เยอะเลย
ดูเหมือนว่าสเปซจะมีลูกเล่นใหม่ๆ เพิ่มมาอีกเยอะเลยนะเนี่ย นู๋ต้นหายไปนานพอกลับเข้ามาอีกทีเอ๋อแดกเลยวุ้ย
ยังไงก็ช่วยแนะนำหน่อยนะคร๊าฟ ว่ามีฟังชั่นอะไรน่าสนใจเพิ่มขึ้นมามั่ง จะได้อัพเดทเหมือนๆชาวบ้านเค้า
วันนี้ขอเท่านี้ก่อนละกัน ไว้คราวหน้าจะเอาเรื่องมันส์ๆ ฮาๆ มาเล่าสู่กันฟังเหมือนเดิม อย่าลืมแวะมาทักทายกันมั่งเน่อ
ปล.ใครมีลิ้งค์เพลง ต่างคนต่างรอ ของ Friday I'm in love ก็รบกวนช่วยโพสท์ไว้ให้หน่อยนะครับ จะได้เอามาลง media player November 30 Temporary ClosedNovember 05 ทัวร์ระยองอีกแล้วหวัดดีคร๊าฟพี่น้อง ช่วงนี่ไม่ค่อยได้เล่นคอม เลยไม่ค่อยได้มีโอกาสได้เข้าไป Space ของเพื่อนๆซะที ขอโทษด้วยนะคร๊าฟ อาทิตย์ที่แล้วทั้งอาทิตย์ (ศุกร์ - ศุกร์) ก็มาขลุกอยู่ที่ระยอง เนื่องจากไอ้ต้นมาตระเวนสมัครงานตามโรงงานต่างๆ หย่อนใบสมัครไว้ตั้งหลายที่ ยังเงียบกริบอยู่เลย แง้ๆ ส่วนอาทิตย์นี้ที่มาระยองก็เพราะว่าวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน (พรุ่งนี้) มีงานแข่งรถยนต์ทางเรียบรายการ จิมคาน่า ระยอง ที่สนาม ส.ขุนช้าง ไอ้ต้นเลยถือโอกาสลงมาเที่ยวซะเลย อีกอย่างหนึ่ง เจ้าภาพของงานคือเพื่อนๆของพวกเรานั่นเอง งานนี้มีรถมาเข้าร่วมการแข่งขันเพียบเลย ไอ้สุ(เจ้าภาพ)เลยกริ๊งกร๊างบอกให้ลงมาช่วยเป็นสต๊าฟหน่อยซิ แบ่งๆความวุ่นวายไปกันหน่อยเร๊ว แหม เพื่อนของร้องมาทั้งที น้อยกว่านี้ได้ไง โอเชแม๋น งั้นกูขอคุมฝ่ายพริตตี้ได้มั้ทั้ย กร๊าก (ไอ้ตั้มบอกข้ามศพกูไปก่อน แสดดดดดดด) ไม่รู้ว่าจะกลับกรุงเทพเมื่อไร เพราะคิดว่าวันจันทร์จะไปตะลุยโรงงานที่มาบตาพุด ไปหย่อนใบสมัครเพิ่มซะหน่อย เอาไว้ถึง กทม ละจะเล่าบรรยากาศศในงานให้ฟังนะคร๊าฟ ดูแลสุขภาพกันด้วยเด้อ October 29 ย้อนรอยทริปเชียงใหม่
17 ตุลาคม – หลังจากกลับมาจากเสม็ดได้ไม่ถึงครึ่งวัน อิต๋อม อาเข่า(ผัวอิต๋อม) แล้วก็กลอเรีย(พี่สาวอาเข่า) ก็นั่งเครื่องรอบเที่ยงไปเชียงใหม่(Air-Asia 3,4000 บาท) ก่อนขึ้นเครื่องไอ้ต้นก็โทรบอกไอ้เสี่ยยา(เพื่อนสมัยเรียนราม ตอนนี้กลับไปทำงานที่เชียงใหม่) ไว้ก่อนว่าให้มารับพวกอิต๋อมแล้วก็หาโรงแรมดีๆ ราคาไม่แพงมากให้พวกมันพักกัน ไอ้เสี่ยยาก็แสนดี อุตส่าห์ปลีกตัวมาเป็นธุระจัดการให้ ทั้งๆที่งานยุ่งแสนยุ่ง แทงคิ้ว มายเฟนด์ หลังจากอิต๋อมถึงเชียงใหม่ + เข้าที่พักแล้วก็กริ๊งกร๊างมาจิกตัวไอ้ต้นให้ไปเชียงใหม่ด้วยกัน ไหนๆเพื่อนไอ้ต้นก็คอยเทคแคร์แล้ว จะได้มาเที่ยว มาสนุกด้วยกันซะเลย นั่งๆ นอนๆ ก่ายหน้าผากคิดอยู่เกือบชั่วโมง เออ ไปก้ได้วะ เลยตาลีตาเหลือกไปดอนเมืองเพื่อจะไปซื้อตั๋วเครื่องบิน จะจองผ่านเว็บก็ต้องจองล่วงหน้า 24 ชะโมง จะจ่ายผ่านเว็บก็ต้องจ่ายผ่านบัตรเครดิต แม่งเอ๊ย ลำบากกูจริงๆ กว่าจะไปถึงดอนเมืองก็เกือบๆ 6 โมงเย็นละ ได้ตั๋วนกแอร์รอบ 20.25 น. ถึงเชียงใหม่ 21.35 น. ค่าตั๋ว 3,200 บาท ฮือๆ จนเลยกู (แต่ก็ยังถูกกว่า Air-Asia แถมที่นั่งโคตรสบาย พนักงานก็น่ารัก ต้องใช้บริการบ่อยๆซะละ) ถึงเชียงใหม่ปุ๊บก็โทรหาไอ้เสี่ยยาอีกแล้ว ให้มารับ+พาไปส่งที่โรงแรมหน่อยซิ(Royal Lanna ติดกับ Night BaZaar ซะด้วย) กว่าจะไปถึงก็ 4 ทุ่มนิดๆ กะจะชวนไอ้เสี่ยยากับเมียทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนแต่พรุ่งนี้มันต้องไปเคลียร์งานที่ลำปางตั้งแต่เช้ามืด โอเชดู๊ด ไว้ว่างๆค่อยว่ากัน ขึ้นไปหาพวกอิต๋อมที่ห้องพัก อะโห ห้องโคตรกว้าง เตียงคู่ มีอ่างอาบน้ำซะด้วย ค่าที่พัก 1,000 เดียวเองง่ะ แจ่มมากมาย จัดแจงเก็บสัมภาระ เตรียมตัวตะลุยราตรี โทรหาป๋าเด่น(เพื่อนรุ่นพี่ เปิดอู่รถฮอนด้าที่เชียงใหม่) ให้ป๋าแนะนำที่เที่ยวหน่อยซิ แถมยังไปไม่ถูกซะด้วย กลัวหลงทาง + โดนสองแถวชาร์จค่ารถแพงเกินเหตุ พอป๋ารู้ว่าพักที่ Royal Lanna ก็เป็นเรื่องเลย เพราะอยู่ห่างจากอู่ไม่ถึง 5 นาที ป๋าบอกเอางี้ เตรียมตัวไว้เลย เดี๋ยวไปหาละจะพาไปเที่ยว Warm Up กรี๊ดๆ ดีใจเหมือนถูกหวย ทำไมป๋าน่ารักยังงี้ 3 นาทีผ่านไปป๋ามาถึงแล้ว อะไรจะไวปานนั้น พานู๋ปุ้ยเมียสุดสวยของป๋ามาด้วย แต่เสือกเอา Civic 3 doors มารับ แล้วจะไปกันหมดได้ไงเนี่ย ป๋าเลยพาไปขึ้นรถสองแถว ค่ารถคนละ 20 บาท แล้วไปเจอกันที่ Warm Up อะโห บรรยากาศข้างในสุดยอดมาก ทำไมสาวเชียงใหม่แม่งทั้งสวยทั้งน่ารักยังงี้วะเนี่ย มองไปทางไหนนี่ก็เจอแต่คนน่ารัก ไม่เหมือนที่กรุงเทพแม่งต้องหาแล้วหาอีกถึงจะเจอแบบสวยๆ + หุ่นดี แต่ที่นี่ หุ่นดีกันทุกคน ผิวขาวจั๊วะ โอ้ว ไม่ไหวแร๊นนนนนน ค่าเหล้า + mixers แม่งโคตรถูก(Red 700 Mix 25) ป๋าเด่นบอกที่เชียงใหม่นี่ค่าครองชีพถูกมาก ถ้าอะไรก็ตามที่ขายแพงเกินไปคนเชียงใหม่เค้าจะไม่ง้อเลย ไม่ซื้อ ไม่อุดหนุน กิจการนั้นรอวันเจ๊งได้เลย แถมที่นั่นบรรยากาศก็ดี สาวก็สวย ป๋าบ่นเลยว่าทำไมมัวแต่ไปหลงงมงายอยู่ที่กรุงเทพตั้ง 20 กว่าปี มาเปิดอู่ที่เชียงใหม่ได้เกือบ 2 ปีแล้ว แจ่มกว่าที่กรุงเทพอีก ฮือๆ อยากไปอยู่นั่นมั่งง่ะ ตี 1 ผับปิด เม๊าเมา แต่สนุกสุดยอด ไอ้ต้นกะอาเข่ารีบออกมายืนที่ลานจอดรถเลย คอยสแกนหาสาวๆ โอ้ว พอออกมาเจอแสงสว่างข้างนอก แต่ละคนยิ่งน่ารักน่ามอง ขาวผ่องเป็นยองใย ช่างน่าพิศมัยเสียจริง แล้วสาวๆแต่ละคน ไม่ว่าจะมากันเองรึมากับแฟน ส่วนมากก็เอามอไซด์มาไม่ก็รถป๊อบ ส่วนน้อยมากๆที่จะเอารถยนต์มา ป๋าบอกสาวๆที่นี่ไม่บ้า Option ขอให้มีมอไซด์คันนึงก็หรูแล้ว ไม่เหมือนสาวกรุงเทพแม่งจิ๋มติดเบาะ ไม่มีรถก็อดแดก กรี๊ดๆ ยิ่งน่าไปอยู่กว่าเดิมอีก เชียงใหม่จ๋า โบกรถสองแถว ร่ำลาป๋า+นู๋ปุ้ย ตรงดิ่งกลับโรงแรม เม๊าเมาวุ้ย ยังมะได้กินข้าวเย็นเสือกมาซดเหล้าซะละ พรุ่งนี้ตื่นเช้าอีกเพราะมีโปรแกรมทัวร์หลายที่ จะไหวมั้ยเนี่ย!!! 18 ตุลาคม - ตื่นตั้งแต่ 7 โมงครึ่ง เพราะนัดไกด์ไว้ตอน 8 โมง โอยทรมานจริงๆ กะจะไปกินบุฟเฟต์อาหารเช้าซะหน่อย อดแดกเลยกู จัดแจงอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมตัวลุยเชียงใหม่ละวันนี้ กว่าจะเตรียมตัวเสร็จ ล่อไปเกือบ 8 โมงครึ่ง พี่เดช(ไกด์ชาวเชียงใหม่ที่ทางสนามบินแนะนำให้อิต๋อม คิดวันละ2,000บาท แพงไปมั้ยเนี่ย) มานั่งรอที่ล๊อบบี้แล้ว จุดหมายแรกจะพาไปปางช้าง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 1 ชั่วโมง โอเคเลยพี่ ขับไปโลด พวกผมขอนอนต่อบนรถละกัน อิอิอิ เกือบๆ 9.30 น ก็มาถึง ปางช้างแม่ตะมาน อยู่อำเภอแม่แตง ค่าใช้บริการคนละ 800 บาท มีดูโชว์ช้าง ขี่ช้าง นั่งเกวียน ล่องแพ เบ็ดเสร็จประมาณ 3 ชั่วโมง ดูโชว์ช้างนี่เริดมากๆ ช้างแต่ละตัวโคตรน่ารักเลย ฉลาดกันจัง ไฮไลท์ของโชว์คือช้างแต่ละตัวจะใช้งวงจับพู่กันแล้ววาดภาพลงบนผ้าใบ บางตัวก็วาดรูปต้นไม้ บางตัววาดรูปดอกไม้ แล้วที่เด็ดสุดคือมีตัวนึงวาดรูปช้าง อะโห อึ้ง+ทึ่งกันหมด แม่งทำได้ไงวะเนี่ย ฉลาดชิบหาย ว่าจะซื้อซะหน่อยโดนฝรั่งคนนึงแย่งซื้อตัดหน้าไปซะละ(ตั้งราคาไว้ 550 บาท น่าจะเปิดประมูลนะเนี่ย ได้ราคาดีแน่ๆ) จากนั้นก็ไปขึ้นหลังช้าง พาเดินตระเวนเลาะไปตามหมู่บ้านที่อยู่ติดกับปางช้าง สนุกสุดๆ โยกเยกยังกะฟัง Rock n Roll เลยนะเนี่ย จากช้างก็เปลี่ยนมานั่งเกวียนใช้วัว2ตัวคอยลาก ก็สนุกดีแต่เจ็บก้นไปนิด ปิดท้ายด้วยการไปนั่งล่องแพ ใส่ชูชีพ + หมวก นั่งตากแดดอยู่ครึ่งชั่วโมงได้ ทรมานจริงๆ แต่ก็สนุกโคตรๆ สาวไฮโซกลัวแดดมาทริปนี้ไม่ได้นะเนี่ย เที่ยงครึ่งออกจากปางช้าง มุ่งหน้าไปไร่โชคชัยที่อยู่ห่างไปประมาณ 30 นาที ไปดูหมู่บ้านกระเหรี่ยงคอยาว ไอ้ชิบหายแม่งเก็บค่าเข้าคนละ 250 บาท ขูดเลือดขูดเนื้อกันนี่หว่า เสียดายตังค์สุดๆ(ไอ้ต้นจะไม่เข้าละเพราะแพงเกิน แต่อาเข่าอาสาจะออกตังค์ให้ ไหนๆก็มาด้วยกันแล้ว) อะไรวะ กะอิแค่ไปดูกระเหรี่ยงคอยาวนั่งทอผ้าอยู่ 4-5 คนเนี่ยนะ เก็บแพงไปป่าวเพ่ สอบถามสาวกระเหรี่ยงก็ได้ความว่า เริ่มใส่ห่วงทองเหลืองที่คอตั้งแต่อายุ 5 ขวบ แล้วจะเพิ่มทีละ 2 วง ทุกๆ 4 ปี (ขอบอก ห่วงแม่งหนักโคตรพ่อ) ตระเวนถ่ายรูป พูดคุยซักถามแบบรู้เรื่องมั่ง ไม่รู้เรื่องมั่งอยู่เกือบชั่วโมง ก็ไปเที่ยวที่อื่นต่อ อาเข่าอยากไปดูน้ำตก(ไม่ได้เอาชุดมาเปลี่ยน เลยได้แค่ดู อดลงไปเล่น) พี่เดชเลยพาไปน้ำตกแม่สา แล้วแม่งไกด์ควยไรเนี่ย เสือกไม่เคยมาน้ำตกนี้มาก่อน โดนเก็บค่าผ่านทางคนไทย 20 ต่างชาติ 200 ค่ารถอีก 10 เบ็ดเสร็จล่อไป 470 (อาเข่า+กลอเรียเป็นคนฮ่องกง) จะถอยรถกลับอยู่แล้วแต่อาเข่าบอกอยากไปถ่ายรูป + เดินเล่นในนั้น โอเค มึงจ่ายไปเลยอาเข่า น้ำตกขุ่นโคตรๆ สงสัยเพราะฝนตกหนักมาหลายวัน ก่อนหน้านี้เชียงใหม่ก็น้ำท่วม เลยมะค่อยแจ่มเท่าไร แต่ก็มีคนมาเที่ยวเยอะแยะเลย อยากลงไปเล่นน้ำมั่งวุ้ย ออกจากน้ำตกแม่สาก็เกือบๆ 4 โมงครึ่ง ยังไม่หิวกันเท่าไร พี่เดชเลยพาไปสวนพฤกษศาสตร์ ค่าเข้าคนละ 20 เอง ข้างในบรรยากาศดีมากเพราะอยู่บนเขา อากาศเริ่มเย็นแล้ว ลมพัดเอื่อยๆ โรแมนติกสุดๆ ถ้าเป็นตอนเช้าๆต้องมีทะเลหมอกแน่เลย ข้างในสวนพฤกษศาสตร์จะมี่หลายอาคาร แต่ที่สวยสุดก็ต้องเป็นอาคารพืชแล้งน้ำ เพราะต้นกระบองเพชรแต่ละต้นสวยมากๆ แถมยังจัดสวนได้สวยอีกตะหาก เสียดายกล้องถ่ายรูปแบตหมด เลยอดเก็บภาพไว้เลย โดนเจ้าหน้าที่ไล่ออกจากสวนพฤกษศาสตร์ประมาณ 5 โมงครึ่ง เพราะเค้ากะลังจะปิดแล้ว แหม ทดเวลาเจ็บหน่อยก็ไม่ได้ อากาศดี๊ดี อยากมาปูเตนท์นอนจริงๆ แต่ละคนเริ่มหิวกันแล้ว พี่เดชเลยพาไป dinner ที่ร้านโป่งแยง แอ่งดอย ขอบอก บรรยากาศดีสุดๆ มีน้ำตกด้วย แล้วแม่งสวยกว่าน้ำตกแม่สาที่ไปเสียค่าโง่ซะอีก พี่เดชก็บอกว่าไม่เคยมากินร้านนี้ ไม่รู้ว่ามีน้ำตกสวย ไม่งั้นไม่พาไปน้ำตกแม่สาหรอก เฮ้อ พลาดซะงั้น ด้วยความหิวเลยสั่งมาซะเต็มโต๊ะ อาหารก็ไม่แพง อร่อยอีกตะหาก แต่เสียดายอยู่ไกลตัวเมืองไปหน่อย ทานข้าวเสร็จก็ตบท้ายด้วยเบียร์คนละขวดกะอาเข่า นั่งตบยุงกินบรรยากาศ แหม เพลินดีจริงๆ กว่าจะถึงโรงแรมก็ 2 ทุ่มกว่าๆ ป๋าเด่นนัดว่าจะพาไปเที่ยวสองสลึง แต่ท่าทางจะหมดสภาพแล้ว เหนื่อย+เพลียโคตรๆ พรุ่งนี้ยังต้องไปตระเวนอีก เลยโทรไปแคนเซิลกะป๋า อิต๋อม อาเข่า กลอเรีย อยากไปเดินไนท์บาซาร์ที่อยู่ติดกับโรงแรม แต่ไอ้ต้นขอบาย ไม่ไหวแล้ว บู๊มาหลายวันติด ขอนอนแช่น้ำอุ่นจิบเบียร์อยู่ที่ห้องดีก่า ว่าแล้วก็เปิดน้ำอุ่นใส่อ่าง เปิดตู้เย็นคว้าขวดเบียร์มานั่งจิบฆ่าเวลา พอน้ำใกล้เต็มอ่างก็เลยลงไปนอนแช่ซะเลย โอว สบายสุดสุด 19 ตุลาคม - กว่าจะแหกขี้ตาตื่นก็ 8 โมงนิดๆ อาบน้ำแต่งตัวลงไปกินอาหารเช้า มะวานก็มะได้กิน เสียดายบัตรชิบเป๋งเลย ซัดกันซะพุงกางรอเวลาที่พี่เดชจะมารับตอนประมาณ 9โมงนิดๆ วันนี้โปรแกรม แรกไปนมัสการวัดพระธาตุดอยสุเทพ อิอิอิ ไปถึงก็เกือบๆ 9 โมงครึ่ง ตระเวนไหว้พระ ทำบุญ ถ่ายรูป กว่าจะออกจากที่นั่นก็เกือบๆบ่ายโมงแล้ว จุดหมายต่อไปคือพระตำหนักภูพิงราชนิเวศน์ อยู่เลยขึ้นไปจากวัดพระธาตุประมาณ 15 นาที ข้างในมะค่อยมีไรเลย คงเพราะเจ้าหน้าที่พึ่งจะเอาดอกไม้มาลงมั้ง รอรับเสด็จพระราชินี(จะมาประทับที่นี่ตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม ของทุกปี) มันเลยยังไม่บานเต็มที่ แต่พอเดินขึ่นเขาไปทางแอ่งเก็บน้ำ อะโห มีน้ำพุตั้งหลายตัว สวยมากๆ ถ้าเป็นตอนกลางคืนเปิดน้ำพุ เปิดไฟสีๆ จะแจ่มกว่านี้อีกนะเนี่ย ออกจากพระตำหนักภูพิงก็ 2 โมงกว่าๆ จุดหมายต่อไปก็คือบ่อน้ำพุร้อนที่สันกำแพง โอเค มู๊ฟ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง นั่งหลับกันอีกแล้ว ค่าเข้าคนละ 15 บาทเอง(ให้อาเข่ากับกลอเรียฟอร์มเนียนเป็นคนไทย ไม่งั้นเสียคนละ 30) มีทั้งน้ำพุร้อน ท่อส่งน้ำพุร้อนมาลงที่อ่างต้มไข่ สระว่ายน้ำแร่ ห้องอาบน้ำแร่ ห้องซาวน่า รับนวดฝ่าเท้า โอ๊ยเยอะแยะ เดินกันเพลินเลย ว่าแล้วก็เดินไปซื้อกระเช้าไข่เอามาต้มในบ่อน้ำพุร้อน(กระเช้าละ 20 บาท แบบกระเช้าไข่ไก่ มีอยู่ 4 ฟอง แบบกระเช้าไข่นกกระทามีอยู่ 10 ฟอง) มีคำแนะนำติดไว้ที่ข้างบ่อว่า อุณหภูมิของน้ำ 105C ต้มแบบไข่มะตูม 6 นาที แบบสุกปานกลาง 8 นาที แบบสุกเต็มที่ 10 นาที เออ ดีวุ้ย เอากระเช้าไข่ลงไปแช่ พี่เดชอาสานั่งเฝ้าให้ พวกเราก็ไปตระเวนถ่ายรูป เดินไปดูโซนต่างๆ ประมาณ 15 นาทีก็กลับมาที่บ่อแช่ไข่ ไหนเอามาลองกินซิ มันจะอร่อยกว่าต้มเตาแก๊สอ๊ะป่าว ด้านข้างจะจัดที่นั่งเป็นซุ้มๆ ตั้งอยู่ใกล้ๆกับคลองส่งน้ำพุร้อน จัดไว้ให้คนที่มาเที่ยวได้นั่งแช่เท้า พวกเราก็เลยยึดซะ 1 ซุ้ม นั่งเอาเท้าไปแช่น้ำพุร้อนพร้อมกับนั่งปอกไข่ต้มกินกันด้วยความเอร็ดอร่อย เพลินดีจริงๆ ประมาณ 5 โมงก็ออกจากบ่อน้ำพุร้อนมุ่งหน้าเข้าตัวเมือง เพราะนัดกับป๋าเด่นว่า เวลาประมาณ 6 โมงครึ่งจะมากินข้าวเย็นกันที่ร้านผาลาด ตะวันรอน ร้านอาหารบรรยากาศดีอยู่ทางไปสวนสัตว์เชียงใหม่ แต่ระหว่างทางฝนดันตกลงมาซะนี่ ตอนแรกก็คิดว่าจะตกปรอยๆไม่นานก็หยุด ที่ไหนได้แม่งตกโคตรหนักเลย ละตกแบบไม่หยุดซะนี่ กว่าจะเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ได้ก็เกือบ 6 โมงครึ่งละ แล้วที่สำคัญ เชียงใหม่น้ำท่วมครับทั่น โอ้ว พระเจ้ายอด นี่ขนาดตกมาชั่วโมงเดียวเองนะเนี่ย โทรหาป๋าเด่น เอาไงดีป๋า ร้านที่เราจะไปเนี่ยมัน Open air รึมีหลังคาบังเนี่ย ป๋าแกก็บอกว่ากะลังจะโทรมาให้เปลี่ยนที่อยู่พอดี เพราะร้านผาลาด ตะวันรอนมันแบบ Open air ฝนตกหนักขนาดนี้ก็จบข่าว เปลี่ยนแผนไปร้าน Good View ริมแม่น่ำปิงแทนละกัน ไปรึงร้าน Good View ประมาณทุ่มนึง อะโห บรรยากาศดี๊ดี นักท่องเที่ยวเพียบเลย นั่งซักพักป๋าเด่นกะน้องปุ้ยก็มา ด้วยความหิวก็สั่งอาหารซะเต็มโต๊ะอีกแล้ว อร่อยๆทั้งนั้นเลย ระหว่างนั่งทานอาหาร ทางร้านก็มีวงดนตรีสดมาเล่นดนตรี+ร้องเพลงให้ฟัง ขอบอกอีกแล้ว(ถึงจะไม่อยากอ่าน ไม่อยากฟัง ไอ้ต้นก็จะบอกกกกกก)ว่าสุดยอดมากๆ ดนตรีเล่นดีมาก นักร้องนี่เสียงโคตรดี ไอ้พวกขายรูปร่าง ขายหน้าตา แล้วมาออกเทปอย่างค่ายแกรมมี่ RS นี่ชิดซ้ายไปเลย น่าพาไปนั่งร้านนี้ซักครั้ง เผื่อจะละอายใจขึ้นมามั่ง กินกันพุงจะแตก เช็คบิลมา 1,600 เองง่ะ ถ้าเทียบปริมาณ+ชนิดของอาหารกับที่กรุงเทพแล้ว บิลออกมาต้อง 4,000 อัพแน่เลย ทำไมที่เชียงใหม่มันถูกยังงี้เนี่ย น้องปุ้ยบอกว่ามีรถเข็นขายอาหารญี่ปุ่นอยู่เจ้าหนึ่ง ปุ้ยกับป๋าเด่นไปอุดหนุนประจำ รสชาตินี่ฟูจิ + โออิชิ + เซ็น ชิดซ้ายเลยเพราะคนญี่ปุ่นมาทำเอง แถมราคายังไม่แพง(ข้าวหน้าหมูชามเบ้อเร่อที่ร้านขาย 30 บาท ฟูจิขาย 180) เอาไว้ไปเชียงใหม่คราวหน้า พาพี่ไปทานด้วยนะจ๊ะ ออกจากร้านเกือบๆ 4 ทุ่ม ป๋าเด่นกะปุ้ยอาสาไปจองโต๊ะที่ร้านสองสลึงก่อน ส่วนพวกเราก็กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงแรม เที่ยวสั่งลาเชียงใหม่คืนสุดท้ายแว้ว ระหว่างเตรียมตัวไอ้เสี่ยยาโทรมาชวนไปกินข้าวกันพอดี พวกเรากินกันแล้วเลยให้มันกับเมียไปกินกันก่อน แล้วมารับพวกเราที่โรงแรมเพื่อจะได้ไปเที่ยวสองสลึงด้วยกันโลด อิอิอิ พอเหมาะพอเจาะจริงๆ 4 ทุ่มนิดๆ ไอ้เสี่ยยากะเมียก็มารับที่โรงแรม ตรงดิ่งไปร้านสองสลึง อยู่แถวๆเลียบคลองชลประทาน บรรยากาศฮิพฮอพจ๋า สาวๆก็แจ่มแต่สู้ Warm Up ไม่ได้(ที่สองสลึงเน้นดนตรีสดสไตล์ฮิพฮอพ ส่วน Warm Up เน้นเปิดแผ่น) ดริ๊งค์ไปแด๊นซ์ไป แต่ไม่มันส์เท่าวันแรกที่ Warm up คงเพราะเหนื่อย+เพลียด้วยล่ะมั้ง กว่าเหล้าจะหมด กว่าร้านจะปิด ปาเข้าไปตี 1 ครึ่ง โอย จะสลบอยู่แล้ว ดีนะที่พรุ่งนี้ไม่มีโปรแกรมไปตะลอนทัวร์อีก เช็คเอาท์เที่ยงละก็ไปรอขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพเลย ส่วนคืนนี้รีบกลับโรงแรมกันเถอะ ไอ้เสี่ยยากะเมียก็อาสาไปส่งที่โรงแรม เพราะแถวนั้นไม่ค่อยมีสองแถววิ่งผ่าน ยิ่งดึกๆยังงี้ต้องรอนาน อีกอย่างจะได้นัดแนะเวลาด้วย พรุ่งนี้มันว่าง จะพาไปทานอาหารเที่ยงละก็พอไปส่งที่สนามบิน กรี๊ดๆ น่ารักจริงๆเพื่อนกู 20 ตุลาคม - กว่าจะแหกขี้ตาตื่นก็ปาเข้าไปเกือบ 10 โมง ล้างหน้าแปรงฟัน ลงไปกินอาหารเช้าก่อน(บุฟเฟต์มี 06.00น – 10.00น) กินกันอิ่มละค่อยขึ้นมานอนต่อ ประมาณเที่ยงไอ้เสี่ยยาก็โทรมาบอกว่าเสร็จธุระแล้ว อีกครึ่งชั่วโมงจะมารับ เลยเร่งอาบน้ำ แต่งตัว แพ๊คกระเป๋า เตรียมเช็คเอาท์ลงไปรอที่ล๊อบบี้ เที่ยงครึ่งไอ้เสี่ยยาก็มาพร้อมกับเมียสุดที่รักของมัน ยกกระเป๋าขึ้นรถแล้วก็พาไปซื้อของฝากจากเชียงใหม่ที่ร้านวนัสนันท์ ได้ของฝากกันเพียบเลยทั้งไส้อั่ว แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม กระเทียมโทนดอง ของโปรดทั้งนั้น เหลือบดูนาฬิกา โอ้ว บ่ายโมงกว่าๆแล้ว ต้องไปเช็คอินตอนบ่าย 2 โมง ยังพอมีเวลาอยู่นิดหน่อย ไอ้เสี่ยยาเลยพาไปกินข้าวซอยเสมอใจ ใกล้ๆวัดฟ้าฮ่าม เป็นร้านข้าวซอยอร่อยสุดซู๊ดของเชียงใหม่เลยนะเนี่ย แล้วก็ไม่ผิดหวัง ของเค้าดีจริงๆ รีบกินรีบจ่ายตังค์แล้วก็บึ่งไปสนามบิน ถึงนั่น2โมงเป๊ะๆ ดีจังรถไม่ติดเหมือนกรุงเทพ ร่ำลาอาลัยไอ้เสี่ยยาด้วยความซาบซึ้งน้ำใจ ไว้มีโอกาสจะไปรบกวนใหม่เว้ยพวก เครื่องออก 3 โมง ถึงกรุงเทพ 4 โมง กว่าจะถึงบ้านก็ 5 โมงนิดๆ เหนื่อยโคตรๆ แวะซื้อข้าวหน้าหมู่บ้านกลับมาอาบน้ำ ทานข้าว ทานยาแก้ไข้ แก้หวัด นั่งเล่นคอมซักพักไม่เกิน 3 ทุ่ม โอย ไม่ไหวแล้ว นอนพักดีก่า วันพรุ่งนี้ต้องไประยองอีก โปรแกรมเที่ยวติดๆกันเลยวุ้ย โห ยาวชิบหาย กะว่าจะเขียนทริประยองต่อ แต่แค่นี้ก็ตาลายแล้ว เอาไว้ไม่ขี้เกียจจะมาเล่าให้ฟังละกัน วันนี้เท่านี้ก่อนเด้อ รักษาสุขภาพกันด้วยนะคร๊าฟพี่น้อง October 20 ก้นอ่าว + เสม็ดหวัดดีค๊าฟพี่น้อง สบายดีกันอ๊ะป่าว
ช่วงนี้ไอ้ต้นเป็นโรคเบื่อคอมอย่างรุนแรง คงงดอัพเดทซักระยะ เอาไว้มีไฟเมื่อไรจะกลับมาเขียนอีกเด้อ
เข้าหน้าหนาวแล้ว ดูแลสุขภาพกันด้วยนะค๊าฟ
ย้อนรอย
13 ตุลาคม - ถึงระยองประมาณ 4 โมงเย็น นั่งรถตะลอนทัวร์ไปหาบังกะโลที่หาดก้นอ่าวเพื่อจะเข้าพักในวันศุกร์ จนไปจบที่วังทองรีสอร์ท หลังละ 2,800 บาท มี 2 ห้องๆ ละ 3 เตียง แต่พอดันเตียงมาชิดกันก็นอนอัดกันได้ประมาณ 8 คน
14 ตุลาคม - เข้าบังกะโลไปตอน 5 โมงกว่าๆ เตรียมเสบียงพร้อมสรรพ แสงโสม 4 ฮันเดรต 4 ลีโอ 1 ลัง น้ำแข็ง 1 ถังใหญ่ สมาชิกทะยอยมากันเพียบ รวมๆแล้วประมาณ 15 คน ซัดกันถึง 8 โมงเช้า แต่ไอ้ต้นไม่ไหวแล้ว ร่วงไปตอนตี 4 ดีนะไม่โดนแกล้ง อิอิอิ
15 ตุลาคม - ติดต่อจองห้องพักที่เกาะเสม็ด ตอนแรกว่าจะไปอ่าวไผ่ เพราะใกล้กับผับ Silver Sand ผับสุดยอดแห่งเกาะเสม็ด แต่อ่าวไผ่นี้ไม่รับจอง ต้อง walk in เท่านั้น ดูเวลาแล้วไปไม่ทันแน่ๆ เลยต้องกลับมาตายรังที่หาดทรายแก้ว เอาวะ ดีกว่าไม่มีที่พัก
- กว่าจะรวมสมัครพรรคพวกได้ ล่อไป 4 โมงกว่า กว่าจะลำเลียงพลไปถึงท่าเรือได้ก็ปาเข้าไป 5 โมงละ
- ที่ท่าเรือโดนไอ้น้องโต้งบ่นไป 1 ยก เหตุเพราะอีเจ๊แหม่มไปบอกไอ้น้องต่ายว่าจะมาที่ท่าเรือกันก่อนเที่ยง ไอ้น้องต่ายก็เลยแหกขี้ตาตื่นมารอพวกพี่ๆตั้งแต่ 10 โมง รอ ร๊อ รอ จนเที่ยงกว่าก็ยังไม่โผล่ เลยกลับไปนอนต่อที่บ้านด้วยความเซ็ง (เซ็งตัวเองด้วยที่ไม่ได้เอาโทรสับมา ถ้าโทรถามแต่แรกก็คงไม่ต้องมานั่งรอหรอก เหอเหอเหอ)
- พอไอ้น้องโต้งบ่นเสร็จก็เดินไปเอาตั๋วเรือมาให้ (บ้านมันทำเรือข้ามฟาก แก๊งพวกเราเลยไป-กลับเสม็ดฟรีตลอดชีพ)
- ไปถึงท่าเรือเกาะเสม็ดก็มีหนุ่มหล่อชื่อจอยมารอรับ (เพื่อนของไอ้นัท) พาพวกเราไปขึ้นสองแถวแล้วก็ขี่มอไซด์นำไปก่อน พอไปถึงป้อมเก็บตังค์จอยก็มายืนโบกให้รถสองแถวทั้งสองคันของพวกเราขับผ่านไปเลย ไม่ต้องเสียตังค์ (คนไทย 20 ต่างชาติ 200)
- นักท่องเที่ยวบนรถสองแถว 2 คันข้างหน้ารถเราที่จอดจ่ายตังค์อยู่ต่างก็มองพวกเราด้วยสายตาแบบ "อะไรวะ ทำไมพวกมึงไม่ต้องจ่ายตังค์เนี่ย" โฮะๆ มากับผู้มีอิทธิพลซะอย่าง ทุ่นไปได้ตั้งหลายร้อย (ไปกัน 16 คน มีคนจีน 2 คน)
- ไปถึงที่พักที่จองไว้ (ต้นสักรีสอร์ท) ชิบหายแล้ว เสือกจองไว้แค่ 2 ห้อง (ห้องแรก 1 เตียง นอนเบียดกันได้ 4 คน อีกห้องมี 2 เตียง แต่เตียงยกลงมาได้เพราะมีที่นอน 2 อันซ้อนกัน) จะนอนกันพอมั้ยเนี่ย เอาวะ เบียดๆกันหน่อย แต่เจ้าของที่พักก็ใจดี เอาที่นอนมาเพิ่มให้อีกห้องละเตียง ขอบคุณคร๊าฟ
- ต้นสักรีสอร์ทสวยมากๆ ห้องพักก็สวย ห้องอาหารก็สวย เพราะพึ่งจะต่อเติม ปรับปรุง ด้วยความที่จอยสนิทกับเจ้าของรีสอร์ท เลยได้ลดราคา 50% จากสองห้อง 5,000 เหลือแค่ 2,500 เอง โอ้ว จอร์จจจจจจจจ
- เก็บของ เปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมลงน้ำ แล้วก็มารวมพลกันที่ห้องอาหาร ลมทะเลเย็นสบายมากมาย เลยให้อิพิมโทรหาไอ้น้องโต้ง เพราะไอ้น้องโต้งบอกจะตามมากับแฟน สรุปพอรู้ว่าพวกเราพักต้นสักรีสอร์ท แม่งขำก๊าก เพราะของญาติมัน เลยบอกว่างั้นเดี๋ยวจัดการลดค่าอาหารให้ เพราะค่าห้องลดไปแล้ว โอ้ว แทงคิ้วหลายๆ ไอ้โต้งน้องรักของพวกพี่ๆ (16 คน สั่งกันแบบ nonstop ตั้งแต่ 6 โมงยัน เที่ยงคืน ทั้งกับข้าว กับแกล้ม mixer บอลออกมา 2560 เองง่ะ ถูกโคตรพ่อ)
- เตรียมเหล้าไปกันเพียบอีกแล้ว แสงโสม 4 ฮันเดรต 6 Black 2 ลิตร ไวน์ 1 ขวด เบียร์ 1 ลัง แล้วพวกน้องๆที่ตามมาก็เอาอะไรมาอีกมั่งก็ไม่รู้ เยอะจัด จำไม่ได้ละ
- กะจะเมากันเต็มที่ละดึกๆค่อยไปต่อที่ Silver Sand แต่พวกไอ้น้องโต้งและเพื่อนๆมันที่ตามมาบอกว่า วันนี้ไม่ควรไปเที่ยว เพราะพี่ๆที่ฝั่งบอกว่ามีแก๊งวัยรุ่นเสื้อดำประมาณ 20 คน ข้ามฝั่งมาที่เกาะเสม็ด เพราะได้ข่าวว่าโจทย์ของพวกมันจะมาเที่ยวที่ Silver Sand พวกมันเลยยกพวกกะจะมาเอาคืนที่เสม็ด ไอ้ชิบหายเอ๊ย กร่อยแดกเลยกู
- ซัดเหล้ากันเพลินมาก เพราะฝนเสือกตก อากาศเย็นสบาย แหกปากเล่นกีตาร์ร้องเพลงแบบไม่เกรงใจแขกที่มาพักเลย (ช่างแม่ง พวกกูเยอะเว้ย กูสนุกของกูง่ะ) จนประมาณตี 2 นิดๆ พี่พงศ์เจ้าของรีสอร์ทเลยโทรมาด่าไอ้น้องโต้งบอกว่าให้เงียบๆกันหน่อย แขกโทรไปด่าพี่เค้าหลายคนแล้ว แป่ววววววว
- ประมาณตี 3 ไอ้น้องโต้งกะพรรคพวกก็ขอตัวกลับฝั่ง เพราะไม่อยากโดนด่าอีกรอบตอนเช้า อ้าว ทิ้งกันซะงั้น ละค่าข้าวมื้อเช้ากะเที่ยงพวกพี่ๆจะได้ส่วนลดมั้ยเนี่ย (เดี๋ยวนี้เรือข้ามฟากมี 24 ชั่วโมงละ)
- กว่าจะยัดคนทั้งหมดประมาณ 20 คนเข้าไปนอนใน 2ห้องที่จองไว้ได้ ล่อเข้าไปเกือบตี 4 ครึ่ง โอย หมดสภาพเลยวุ้ย เมาชิบหาย
16 ตุลาคม - กว่าจะตื่นมารวมพลกันได้ ล่อไปเกือบ 10 โมง ไม่มีอารมณ์จะเล่นน้ำละ เลยสั่งข้าวมากินกันแล้วเตรียมตัวกลับที่พัก (สั่งไม่เยอะเท่าไรถ้าเทียบกับเมื่อคืน บิลออกมา 2,300 นิดๆ สาดดดด ไม่น่าเสียงดังเลยเมื่อคืน โดนทำโทษจ่ายราคาเต็มซะ)
- 3 โมงก็ไปรอที่ท่าเรือเตรียมกลับเข้าฝั่ง ได้เรือเที่ยว 3 โมงครึ่ง ลากันทีเกาะเสม็ด ไว้ครึ้มอกครึ้มใจจะมาถล่มใหม่นะจ๊ะ
- 4 โมงครึ่งออกจากระยองตีรถเข้ากรุงเทพ นั่งกระบะหลังรถไอ้แนนมากลับ ไอ้น้องเต๋อ น้องพัฒน์ น้องโอ่ง (ข้างหน้าอิต๋อม อาเข่า พี่สาวอาเข่าจองซะละ) สมบุกสมบันโคตร โดนลมตีหน้าซะหูชา แสบหน้าไปหมด ฝนเสือกตกช่วงก่อนเข้า motor way อีกตะหาก เปียกกันสมใจเลย
- ถึงกรุงเทพทุ่มครึ่ง กว่าจะถึงบ้านก็สองทุ่มนิดๆ ไม่ไหวว่ะ หมดสภาพ แดกยาแก้ไข้ แก้หวัด น๊อคเลย สวัสดีประเทศไทย
ไว้คราวหน้าจะมาอัพเดททริปที่ไปเชียงใหม่นะจ๊ะ (17 - 20 ตุลาคม) สนุกมากๆ อยากไปอยู่ที่นั่นจริงๆ
21 ตุลาคม - ไประยองนะคร๊าฟ ไม่มีกำหนดกลับ เจอกันเมื่อไอ้ต้นออนไลน์เด้อ October 12 e`pa party
เฮลโล่ เลดี้แอนด์เย็นตะละแหม๋น ฮาวอาร์ยู๊ทูเดย์ หูย BloG ที่แล้วนี่มีมหกรรมโครงการ Comment เอื้ออาทรรึป่าวเนี่ย อะไรมันจะเยอะแยะป่านนี้ ขอขอบคุณมิตรรักแฟนสเปซทุกทั่นเลยนะจ๊ะที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียนอีตาขี้เมาคนนี้ ขอบคุณหลายๆเด้อ มิตรภาพและความมีน้ำใจนี้ได้ทราบซึ้งตรึงตับไอ้ต้นจนยากที่จะหาใดมาเปรียบปาน รักไอ้ต้นน้อยๆ แต่รักไอ้ต้นนานๆนะจ๊ะ (ส่งสายตาปิ๊งๆๆๆ) ที่หายหำไปนาน ก็ไม่ใช่อะไรหรอก บังเอิ๊ญบังเอิญมีพวกโรคจิตมา Comment เรียกร้องความสนใจ เลยทำให้หงุดหงิดจนไม่อยากจะเข้าสเปซไปหลายเพลา แต่พอได้กลับมานั่งคิด ก็เลยนึกขึ้นได้ว่า แล้วกูจะไปสนใจมันเพื่ออะไรวะเนี่ย ยิ่งสนใจ-ต่อความยามสาวความยืด ก็จะมีแต่เข้าทางมัน เลยตัดสินใจปล่อยวาง ห่างฮี๋แม่ง ลบ Comment แม่งทิ้งซะเลย เสนียดลูกกะตา ปกติพวกเราจะเป็นคนง่ายๆ เข้ากันได้กับทุกคน ไม่สนใจว่าเพศไหน มาจากไหน ขอให้จริงใจต่อกันก็โอเคแร๊น แต่วันนี้ขอซักวันเถอะนะ ไอ้แก๊งค์เกย์หัวควยที่เสือกมาโพสอะไรเหี้ยๆไว้ในสเปซกูเนี่ย มึงเป็นควยอะไรมากปะ เรียกร้องความสนใจจากกูจัง ทั้งๆที่กูก็ไม่เคยไปเสนอหน้าที่สเปซมึงเลยซักกะครั้ง แล้วขอโทษเถอะว่ะ ถ้าคิดว่าวิธีการนี้จะทำให้กูไปตอบกลับที่คอมเม้นมึงเนี่ย กูดีใจด้วยนะที่มึงได้คอมเม้นกูไปตั้ง 2 อัน จนกูคิดได้ว่า ถ้าต่อความยาวสาวความยืดกว่านี้แม่งไม่จบไม่สิ้นแน่ๆ กูไม่รู้นะว่ามึงคิดเหี้ยๆอะไรอยู่ สนใจอยากอมควยกูรึไง เสียใจว่ะหน้าตาอย่างพวกมึง หนังส้นตีนกูยังเนียน+ขาวกว่าหน้ามึงทั้ง 2 ตัวเลย จากที่อยู่ใน Profile มึงลงไว้ว่าอยู่ที่ LA ถ้าเป็นความจริงกูก็ดีใจกับมึงด้วยนะที่มึงมีโอกาสได้ไปอยู่ที่นั่น เพราะระดับหน้าตาสถุนๆอย่างพวกมึงเนี่ย หาควยคนไทยอมยากแน่ๆ หน้าตาเหียกๆ เหี้ยๆยังงี้ กบว เซนเซอร์ว่ะ ขอให้สำราญบานใจในการที่โก้งโค้งโก่งตูดรับควยฝรั่ง รึนิกโกรที่มันมาทะลวงมึงละกัน เอดส์แดกดีกว่าเอ็ดยดเว้ยพวก เมื่อคืน ได้มีโอกาสกินเหล้าแร้น หลังจากที่อดอยากปากแห้งมาหลายทิวาราตรี เหตุเพราะ ไอ้เอแดกเจ ถือศีล งดเหล้า งดเด้า งดว่าว อนุโมทนาสาธุ (แต่เจของไอ้ฟลุคนี่งดเหล้าอย่างเดียว ฮ่าๆ) ไอ้เต้ยก็กลับสิงห์บุรี ไอ้ครั้นจะตามไปด้วยก็กระไรอยู่ เพราะบ้านที่สิงห์แม่งสงบเกิ๊น (ถ้าชลบุรีก็พอว่า ยังมีโอกาสนั่งเมาริมหาดบางแสน ไปเหล่สาวๆ ม.บู) เมื่อวานนี้ไอ้เอออกเจแล้ว โอ้ว ยังงี้ต้องฉลอง เลยจัดแจงนัดแนะกันว่า จะไปก๊งกันที่ไหนดี จะชวนใครไปมั่ง นั่งมองหน้ากันเงียบๆอยู่ประมาณ 10 นาที ต่างคนต่างหยิบโทสับมากดไล่ชื่อใน Phone book ตั้งแต่ชื่อแรกยันชื่อสุดท้าย สรุป เป็นเสียงเดียวกันว่า ที่จะชวนได้ก็มี เจ๊ฝ้ายกับเจ๊กุ้ง แค่ 2 คนนี้ใช่มะ? ฮือๆ ทำไมชีวิตมันรันทดยังงี้วะ นี่พวกเราไม่มีใครคบแล้วใช่มั้ยเนี่ย วันๆเจอหน้ากันอยู่ 3-4 ตัว (ไอ้ต้น ไอ้เอ ไอ้แนน น้องเท็น) เฮ้อ ชูวิทย์ เอ๊ย ชีวิต เรื่องไปกินเหล้านี่ตัดไอ้แนนทิ้งไปได้เลย เดี๋ยวนี้แม่งทำตัวแก่ อายุ 26 เสือกทำยังกะ 36 ชวนไปไหนมะเคยจะไปง่ะ ไม่เป็นไร เรามิง้อหรอก มีกันแค่นี้ก็แค่นี้วะ เอาคุณภาพเว้ยมะได้เอาปริมาณ ว่าแล้วก็กริ๊งกร๊างโทรตามเจ๊ฝ้ายซะเลย เจ๊นี่ก็ Miss OK เหมือนกันไอ้ต้น ไอ้เอ เด๊ะๆเลย ถ้าเรื่องโทรมาชวนแดกเหล้านี่ Never say NO ถึงไหนถึงกัน เจ๊ฝ้ายเสนอมาว่า มีร้านเปิดใหม่ใกล้ๆกับร้าน Seven ที่เกษตร นวมินทร์ ชื่อร้าน e`pa party บรรยากาศดี ลองไปนั่งกันดีก่า โอเค ใกล้บ้านด้วย ลองนั่งที่ใหม่ๆมั่ง จะได้ไม่ซ้ำซากจำเจ (ไอ้เอก็โทรไปขออนุญาตเมียว่าจะไปกินเหล้ากับไอ้ต้น เจ๊ฝ้าย เจ๊กุ้ง โดนเมียถามกลับมาว่า "นี่พวกมึงมีกันแค่นี้เองหรอ ไม่มีใครคบแล้วใช่มั้ย" พูดแทงใจดำจริงๆ) พอไปถึงอะโห ที่จอดรถกว้างมากๆ ปลอดภัยไร้กังวล ราคา 20 บาทเอง แจ่มมากมาย พอเข้าไปในร้าน อะโห โล่งสบาย แต่งร้านแนวไทยๆ พนักงานเสิร์ฟใส่ชุดประมาณ ล้านนา เมืองเหนือกะเจ้า แล้วพนักงานเยอะมากๆ ยืนประจำแต่ละโต๊ะเลย บริการดีสุดยอด คอยเก็บเศษทิชชู่ให้ จานเลอะก็เปลี่ยนจานให้ตลอด มีแจกบัตรลด 10% ค่าอาหารให้กับลูกค้าทุกคนซะด้วย เริดมากมาย ที่สำคัญ ราคาถูกมากๆ เหล้า 100 Pipers ราคา 450 บาท แถม Mixer 4 ขวด (ขวดละ 25 บาท) อาหารก็อร่อยมากๆ สั่งไม่เกิน 10-15 นาทีก็ได้ละ แถมราคายังไม่แพงด้วย เมื่อคืนซัดเหล้าไป 1 กลม ข้าวผัดกุนเชียง ซี่โครงหมูทอด โป๊ะแตกทะเล ยำเนื้อย่าง ปลากระพงนึ่งมะนาว 1,315 บาทเองง่ะ เป็นร้านของ เอ้ ชุติมา + เจเนต เขียว + ดาราอีกหลายต่อหลายคน ที่ร่วมหุ้นกัน แถมมะวาน ดารามาเที่ยวกันเพียบเลย แต่ทำไมมีแต่ดาราผู้ชายวะเนี่ย เซ็งเลยจอร์จ ที่สำคัญ หน้าร้านปิดตี1 แต่สามารถมู๊ฟไปนั่งข้างในได้ถึงตี4 เป็นห้องคาราโอเกะรวม โอ้โน่ว เข้าทางเลย คราวหน้าเสร็จโจร ประทับใจในการบริการ + รสชาติของอาหาร เลยมาแนะนำเล่าสู่กันฟัง ถ้าสะดวกก็ลองไปอุดหนุนดูนะจ๊ะ รับรองจะติดใจ ชื่อร้าน e`pa party (อีป้าปาร์ตี้ เพราะหุ้นส่วนแต่ละคนนี่ รุ่นป้าๆกันทั้งนั้น) อยู่ห่างจากร้าน Seven มาประมาณ 1 km ถ้าขับมาทางฝั่ง Yes in deed ให้มองขวาไว้ ถ้าเจอร้าน Seven ก็ให้ชิดขวาเตรียมกลับรถได้เลย ถ้ามาทางอีกฝั่งก็ขับเลยโซน ทำฟัน Sharley ท่าพระจันทร์มาไม่ไกลมาก สังเกตป้ายไฟสีส้มๆ ตั้งก่อนถึงทางเลี้ยวเข้าลานจอดรถ อาทิตย์หน้า / ปลายเดือน พวกเราจะไปอุดหนุนที่นั่นกันอีก คงมีโอกาสได้ไปชนแก้วกันนะจ๊ะ พรุ่งนี้เช้าไประยองละ ไปเมาหัวทิ่มริมหาดกันอีกแล้ว กว่าจะกลับก็คงวันจันทร์มั้ง แล้วจะมาเล่าสู่กันฟังนะจ๊ะ วันศุกร์ที่ 14 นอนบังกะโลที่หาดก้นอ่าว พร้อมด้วยสมาชิกแก๊งเด็กระยองประมาณ 20 ชีวิต ลงน้ำเที่ยงคืนอีกแหงๆ วันเสาร์ที่ 15 ข้ามไปเที่ยวเกาะเสม็ด พักที่อ่าวไผ่ จะมีสาวๆใส่บิกินี่มั้ยน๊า วันอาทิตย์ที่ 16 กลับมาฝั่งระยอง อาจจะเมากันอีกคืน ดูปัจจัย + ความพร้อมของตับก่อน สุขสันต์วันหยุดกลางสัปดาห์ถ้วนหน้านะคร๊าฟ ขอให้ถูกหวย(แดก)กันทุกคนเด้อ แว๊ฟ |
||||||
|
|