| Profil de NaruenartAlcoholism ~~ I live wit...PhotosBlog | Aide |
|
25 mars Pit Bull Weight PullingGood Morning คร๊าฟทุกทั่น เสาร์ อาทิตย์นี้ มีโปรแกรมไปซิ่งไหนอ๊ะป่าว อากาศร้อนๆยังงี้ น่าจะจัดทริปไปทะเลด้วยกันจังเลยเนอะ ไปเล่นน้ำ พักผ่อนริมหาด จิบเหล้าจิบเบียร์ นั่งคุยทำความรู้จัก + แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน โอ้ว เริด!!! แต่ก็นะ มันก็เป็นแค่ Idea ท่าทางจะเกิดขึ้นยาก งั้นก็ไม่เป็นไร ใครไปไหนมาไหนแล้วเกิดความประทับใจ อยากเล่าสู่กันฟังก็เขียนลงสเปซของแต่ละคนเอาก็ได้เนอะ สำหรับนู๋ต้นวันอาทิตย์นี้ก็มีโปรแกรมแล้วล่ะ ไปดูการแข่งขันสุนัขพิตบูลลากน้ำหนัก ที่ศูนย์ฝึกสุนัข D1 ถนนกรุงเทพกรีฑา
ถ้าใครอยู่แถวนั้นแล้วสนใจอยากจะรู้ว่า เอ๊ะ ไอ้หมาหน้าโหดมันจะแข่งลากน้ำหนักกันยังไงวะ ก็ขอให้ลองสละเวลาไปร่วมชมซักแว๊ปนึงก็ยังดี แล้วทัศนคติที่มีต่อคำว่า พิตบูลเทอร์เรีย ของทุกๆคนจะเปลี่ยนไป มันไม่โหด ไม่ก้าวร้าว เหมือนกับที่สื่อต่างๆนำเสนอหรอกนะจ๊ะ สุนัขก็เหมือนกับผ้าขาว อยู่ที่เราผู้เป็นเจ้าของจะวาดอะไรลงบนผ้าขาวผืนที่เรามีอยู่ จะไปโทษสุนัขซะทั้งหมดก็ไม่ได้ถ้าเกิดมันไปกัดไปทำร้ายคนอื่นเข้า ก็สัญชาติญาณของมันเป็นยังงั้น ต้องโทษความเหี้ยของเจ้าของมากกว่าที่ปล่อยปะละเลย ไม่สนใจดูแลเอาใจใส่มันมากกว่า พิตบูลก็เหมาะที่จะเลี้ยงร่วมกับเด็กๆได้ดี เพราะเป็นสุนัขที่มีความอดทนมาก เล่นแรงกับมันแค่ไหนมันก็ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ อย่างมากถ้ามันรำคาญมันก็จะเดินหนี และอีกอย่าง ไอ้หมาพันธุ์นี้แม่งโคตรขี้งอนเลย ดุมันนิดหน่อยนี่ก็เดินหนีไปนอนขดอยุ่มุมบ้าน เรียกให้มาหา มากินข้าว ก็ไม่ยอมมา ต้องเดินไปโอ๋ ไปขอโทษ มันถึงจะหายงอน เวรจริงๆ
วันพรุ่งนี้ก็จะเริ่มงานแข่งลากน้ำหนักเก็บคะแนนสะสมชิงแชมป์ประเทศไทยสนามที่ 1 แล้วนะจ๊ะ (มีทั้งหมด 6 สนามแข่งเดือนเว้นเดือน) อยากเชิญชวนผู้ที่สนใจ แวะไปร่วมชมร่วมเชียร์ให้กำลังใจพิตบูลที่เข้าแข่งขันลากน้ำหนักกันดีกว่า มีทั้งความสนุกสนาน ความเฮฮา ซึ่งยากที่จะหาได้จากการแข่งขันทำกิจกรรมของสุนัขชนิดอื่นๆ กติกาการแข่งขันคือ สุนัขต้องลากน้ำหนักให้ได้ระยะทาง 5 เมตร ภายในระยะเวลา 60 วินาที ปีที่แล้วเจ้าของแชมป์สถิติประเทศไทยได้แก่เจ้า คาร์บอมบ์ ฉายา ไอ้เด็กระเบิด สถิติที่ทำไว้คือ 3,500 กิโลกรัม ดูไม่ผิดหรอก ไอ้ต้นไม่ได้ใส่เลขผิดด้วย ไอ้คาร์บอมบ์ลากน้ำหนักได้ 3 ตันครึ่ง!!! โฉมหน้าแชมป์ประเทศไทย ไอ้เด็กระเบิด คาร์บอมบ์ นั่นคือสถิติของปีที่แล้ว ส่วนปีนี้ได้ข่าวแว่วๆว่าตอนนี้น้ำหนักสูงสุดที่ทำได้อยู่ที่ 4ตันครึ่ง!!! แล้วนี่ก็เป็นภาพการซ้อมของเจ้าคาร์บอมบ์ (ลากน้ำหนัก 3 ตันวิ่งฉิว ฝุ่นตลบเลย)
ตัวรองแชมป์ปีที่แล้วได้ข่าวว่าเกิดอาการบาดเจ็บจากการฝึกซ้อม ท่าทางสนามแรกของปีนี้จะไม่ได้เข้ามาร่วมงาน โอ้ว น่าเสียดายซะจริงๆ เพราะปีที่แล้วแข่งกันได้สูสีมาก แต่อาจเป็นเพราะเพลียจากการเดินทางมาจากเชียงใหม่ + อากาศที่ร้อนอบอ้าว ทำให้เจ้าอดัมส์ทำผลงานได้แค่ 3,300 กิโลกรัม เท่านั้นเอง!!! โฉมหน้าเจ้าอดัมส์ ของคุณจอห์น มาไกลจากเชียงใหม่เชียวนะเนี่ย ถ้าใครชอบสุนัข อยากเห็นความสนิทสนมของสุนัขที่ทำกิจกรรมร่วมกับเจ้าของ ลองแวะไปที่ศูนย์ฝึก D1 ถนนกรุงเทพกรีฑาดูนะจ๊ะ งานเริ่มตั้งแต่ประมาณ 9.00 น. จนถึง 15.00 น. แล้วจะได้เห็นความน่ารักของ American Pit Bull Terrier สุนัขที่คุณมาสามารถเดินเข้าไปลูบหัว ลูบตัว แยกเขี้ยวมันเล่นได้ (แต่ควรให้เจ้าของมันอยู่ใกล้ๆด้วยนะจ๊ะ) ลองคลิกดู แล้วคุณจะรู้จัก American Pit Bull Terrier มากขึ้น http://www.apbtconformation.com/movie.htm 18 mars I'm Backโย่วๆ สวัสดีครับมิตรรักแฟนสเปซทุกทั่น
นู๋ต้นกลับมาแว้ววววว หลังจากที่ห่างหายไปตั้ง 4 เดือน
เป็นยังไงกันมั่งเอ่ย ไม่ได้อัพเดทข่าวคราวกันมั่งเลย
ที่ผ่านๆมาก็มีทั้งเรื่องดีและเรื่องแย่ แต่ก็นะ life goes on
พยายามไม่คิด ไม่เครียด แต่ก็อดไม่ได้ในบางครั้ง ดีนะที่ได้งานทำแว้ว ถึงจะเหนื่อยมาก เครียดมาก แต่ก็ทำให้หายฟุ้งซ่านไปได้เยอะเลย
ดูเหมือนว่าสเปซจะมีลูกเล่นใหม่ๆ เพิ่มมาอีกเยอะเลยนะเนี่ย นู๋ต้นหายไปนานพอกลับเข้ามาอีกทีเอ๋อแดกเลยวุ้ย
ยังไงก็ช่วยแนะนำหน่อยนะคร๊าฟ ว่ามีฟังชั่นอะไรน่าสนใจเพิ่มขึ้นมามั่ง จะได้อัพเดทเหมือนๆชาวบ้านเค้า
วันนี้ขอเท่านี้ก่อนละกัน ไว้คราวหน้าจะเอาเรื่องมันส์ๆ ฮาๆ มาเล่าสู่กันฟังเหมือนเดิม อย่าลืมแวะมาทักทายกันมั่งเน่อ
ปล.ใครมีลิ้งค์เพลง ต่างคนต่างรอ ของ Friday I'm in love ก็รบกวนช่วยโพสท์ไว้ให้หน่อยนะครับ จะได้เอามาลง media player 30 novembre Temporary Closed5 novembre ทัวร์ระยองอีกแล้วหวัดดีคร๊าฟพี่น้อง ช่วงนี่ไม่ค่อยได้เล่นคอม เลยไม่ค่อยได้มีโอกาสได้เข้าไป Space ของเพื่อนๆซะที ขอโทษด้วยนะคร๊าฟ อาทิตย์ที่แล้วทั้งอาทิตย์ (ศุกร์ - ศุกร์) ก็มาขลุกอยู่ที่ระยอง เนื่องจากไอ้ต้นมาตระเวนสมัครงานตามโรงงานต่างๆ หย่อนใบสมัครไว้ตั้งหลายที่ ยังเงียบกริบอยู่เลย แง้ๆ ส่วนอาทิตย์นี้ที่มาระยองก็เพราะว่าวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน (พรุ่งนี้) มีงานแข่งรถยนต์ทางเรียบรายการ จิมคาน่า ระยอง ที่สนาม ส.ขุนช้าง ไอ้ต้นเลยถือโอกาสลงมาเที่ยวซะเลย อีกอย่างหนึ่ง เจ้าภาพของงานคือเพื่อนๆของพวกเรานั่นเอง งานนี้มีรถมาเข้าร่วมการแข่งขันเพียบเลย ไอ้สุ(เจ้าภาพ)เลยกริ๊งกร๊างบอกให้ลงมาช่วยเป็นสต๊าฟหน่อยซิ แบ่งๆความวุ่นวายไปกันหน่อยเร๊ว แหม เพื่อนของร้องมาทั้งที น้อยกว่านี้ได้ไง โอเชแม๋น งั้นกูขอคุมฝ่ายพริตตี้ได้มั้ทั้ย กร๊าก (ไอ้ตั้มบอกข้ามศพกูไปก่อน แสดดดดดดด) ไม่รู้ว่าจะกลับกรุงเทพเมื่อไร เพราะคิดว่าวันจันทร์จะไปตะลุยโรงงานที่มาบตาพุด ไปหย่อนใบสมัครเพิ่มซะหน่อย เอาไว้ถึง กทม ละจะเล่าบรรยากาศศในงานให้ฟังนะคร๊าฟ ดูแลสุขภาพกันด้วยเด้อ 29 octobre ย้อนรอยทริปเชียงใหม่
17 ตุลาคม – หลังจากกลับมาจากเสม็ดได้ไม่ถึงครึ่งวัน อิต๋อม อาเข่า(ผัวอิต๋อม) แล้วก็กลอเรีย(พี่สาวอาเข่า) ก็นั่งเครื่องรอบเที่ยงไปเชียงใหม่(Air-Asia 3,4000 บาท) ก่อนขึ้นเครื่องไอ้ต้นก็โทรบอกไอ้เสี่ยยา(เพื่อนสมัยเรียนราม ตอนนี้กลับไปทำงานที่เชียงใหม่) ไว้ก่อนว่าให้มารับพวกอิต๋อมแล้วก็หาโรงแรมดีๆ ราคาไม่แพงมากให้พวกมันพักกัน ไอ้เสี่ยยาก็แสนดี อุตส่าห์ปลีกตัวมาเป็นธุระจัดการให้ ทั้งๆที่งานยุ่งแสนยุ่ง แทงคิ้ว มายเฟนด์ หลังจากอิต๋อมถึงเชียงใหม่ + เข้าที่พักแล้วก็กริ๊งกร๊างมาจิกตัวไอ้ต้นให้ไปเชียงใหม่ด้วยกัน ไหนๆเพื่อนไอ้ต้นก็คอยเทคแคร์แล้ว จะได้มาเที่ยว มาสนุกด้วยกันซะเลย นั่งๆ นอนๆ ก่ายหน้าผากคิดอยู่เกือบชั่วโมง เออ ไปก้ได้วะ เลยตาลีตาเหลือกไปดอนเมืองเพื่อจะไปซื้อตั๋วเครื่องบิน จะจองผ่านเว็บก็ต้องจองล่วงหน้า 24 ชะโมง จะจ่ายผ่านเว็บก็ต้องจ่ายผ่านบัตรเครดิต แม่งเอ๊ย ลำบากกูจริงๆ กว่าจะไปถึงดอนเมืองก็เกือบๆ 6 โมงเย็นละ ได้ตั๋วนกแอร์รอบ 20.25 น. ถึงเชียงใหม่ 21.35 น. ค่าตั๋ว 3,200 บาท ฮือๆ จนเลยกู (แต่ก็ยังถูกกว่า Air-Asia แถมที่นั่งโคตรสบาย พนักงานก็น่ารัก ต้องใช้บริการบ่อยๆซะละ) ถึงเชียงใหม่ปุ๊บก็โทรหาไอ้เสี่ยยาอีกแล้ว ให้มารับ+พาไปส่งที่โรงแรมหน่อยซิ(Royal Lanna ติดกับ Night BaZaar ซะด้วย) กว่าจะไปถึงก็ 4 ทุ่มนิดๆ กะจะชวนไอ้เสี่ยยากับเมียทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนแต่พรุ่งนี้มันต้องไปเคลียร์งานที่ลำปางตั้งแต่เช้ามืด โอเชดู๊ด ไว้ว่างๆค่อยว่ากัน ขึ้นไปหาพวกอิต๋อมที่ห้องพัก อะโห ห้องโคตรกว้าง เตียงคู่ มีอ่างอาบน้ำซะด้วย ค่าที่พัก 1,000 เดียวเองง่ะ แจ่มมากมาย จัดแจงเก็บสัมภาระ เตรียมตัวตะลุยราตรี โทรหาป๋าเด่น(เพื่อนรุ่นพี่ เปิดอู่รถฮอนด้าที่เชียงใหม่) ให้ป๋าแนะนำที่เที่ยวหน่อยซิ แถมยังไปไม่ถูกซะด้วย กลัวหลงทาง + โดนสองแถวชาร์จค่ารถแพงเกินเหตุ พอป๋ารู้ว่าพักที่ Royal Lanna ก็เป็นเรื่องเลย เพราะอยู่ห่างจากอู่ไม่ถึง 5 นาที ป๋าบอกเอางี้ เตรียมตัวไว้เลย เดี๋ยวไปหาละจะพาไปเที่ยว Warm Up กรี๊ดๆ ดีใจเหมือนถูกหวย ทำไมป๋าน่ารักยังงี้ 3 นาทีผ่านไปป๋ามาถึงแล้ว อะไรจะไวปานนั้น พานู๋ปุ้ยเมียสุดสวยของป๋ามาด้วย แต่เสือกเอา Civic 3 doors มารับ แล้วจะไปกันหมดได้ไงเนี่ย ป๋าเลยพาไปขึ้นรถสองแถว ค่ารถคนละ 20 บาท แล้วไปเจอกันที่ Warm Up อะโห บรรยากาศข้างในสุดยอดมาก ทำไมสาวเชียงใหม่แม่งทั้งสวยทั้งน่ารักยังงี้วะเนี่ย มองไปทางไหนนี่ก็เจอแต่คนน่ารัก ไม่เหมือนที่กรุงเทพแม่งต้องหาแล้วหาอีกถึงจะเจอแบบสวยๆ + หุ่นดี แต่ที่นี่ หุ่นดีกันทุกคน ผิวขาวจั๊วะ โอ้ว ไม่ไหวแร๊นนนนนน ค่าเหล้า + mixers แม่งโคตรถูก(Red 700 Mix 25) ป๋าเด่นบอกที่เชียงใหม่นี่ค่าครองชีพถูกมาก ถ้าอะไรก็ตามที่ขายแพงเกินไปคนเชียงใหม่เค้าจะไม่ง้อเลย ไม่ซื้อ ไม่อุดหนุน กิจการนั้นรอวันเจ๊งได้เลย แถมที่นั่นบรรยากาศก็ดี สาวก็สวย ป๋าบ่นเลยว่าทำไมมัวแต่ไปหลงงมงายอยู่ที่กรุงเทพตั้ง 20 กว่าปี มาเปิดอู่ที่เชียงใหม่ได้เกือบ 2 ปีแล้ว แจ่มกว่าที่กรุงเทพอีก ฮือๆ อยากไปอยู่นั่นมั่งง่ะ ตี 1 ผับปิด เม๊าเมา แต่สนุกสุดยอด ไอ้ต้นกะอาเข่ารีบออกมายืนที่ลานจอดรถเลย คอยสแกนหาสาวๆ โอ้ว พอออกมาเจอแสงสว่างข้างนอก แต่ละคนยิ่งน่ารักน่ามอง ขาวผ่องเป็นยองใย ช่างน่าพิศมัยเสียจริง แล้วสาวๆแต่ละคน ไม่ว่าจะมากันเองรึมากับแฟน ส่วนมากก็เอามอไซด์มาไม่ก็รถป๊อบ ส่วนน้อยมากๆที่จะเอารถยนต์มา ป๋าบอกสาวๆที่นี่ไม่บ้า Option ขอให้มีมอไซด์คันนึงก็หรูแล้ว ไม่เหมือนสาวกรุงเทพแม่งจิ๋มติดเบาะ ไม่มีรถก็อดแดก กรี๊ดๆ ยิ่งน่าไปอยู่กว่าเดิมอีก เชียงใหม่จ๋า โบกรถสองแถว ร่ำลาป๋า+นู๋ปุ้ย ตรงดิ่งกลับโรงแรม เม๊าเมาวุ้ย ยังมะได้กินข้าวเย็นเสือกมาซดเหล้าซะละ พรุ่งนี้ตื่นเช้าอีกเพราะมีโปรแกรมทัวร์หลายที่ จะไหวมั้ยเนี่ย!!! 18 ตุลาคม - ตื่นตั้งแต่ 7 โมงครึ่ง เพราะนัดไกด์ไว้ตอน 8 โมง โอยทรมานจริงๆ กะจะไปกินบุฟเฟต์อาหารเช้าซะหน่อย อดแดกเลยกู จัดแจงอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมตัวลุยเชียงใหม่ละวันนี้ กว่าจะเตรียมตัวเสร็จ ล่อไปเกือบ 8 โมงครึ่ง พี่เดช(ไกด์ชาวเชียงใหม่ที่ทางสนามบินแนะนำให้อิต๋อม คิดวันละ2,000บาท แพงไปมั้ยเนี่ย) มานั่งรอที่ล๊อบบี้แล้ว จุดหมายแรกจะพาไปปางช้าง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 1 ชั่วโมง โอเคเลยพี่ ขับไปโลด พวกผมขอนอนต่อบนรถละกัน อิอิอิ เกือบๆ 9.30 น ก็มาถึง ปางช้างแม่ตะมาน อยู่อำเภอแม่แตง ค่าใช้บริการคนละ 800 บาท มีดูโชว์ช้าง ขี่ช้าง นั่งเกวียน ล่องแพ เบ็ดเสร็จประมาณ 3 ชั่วโมง ดูโชว์ช้างนี่เริดมากๆ ช้างแต่ละตัวโคตรน่ารักเลย ฉลาดกันจัง ไฮไลท์ของโชว์คือช้างแต่ละตัวจะใช้งวงจับพู่กันแล้ววาดภาพลงบนผ้าใบ บางตัวก็วาดรูปต้นไม้ บางตัววาดรูปดอกไม้ แล้วที่เด็ดสุดคือมีตัวนึงวาดรูปช้าง อะโห อึ้ง+ทึ่งกันหมด แม่งทำได้ไงวะเนี่ย ฉลาดชิบหาย ว่าจะซื้อซะหน่อยโดนฝรั่งคนนึงแย่งซื้อตัดหน้าไปซะละ(ตั้งราคาไว้ 550 บาท น่าจะเปิดประมูลนะเนี่ย ได้ราคาดีแน่ๆ) จากนั้นก็ไปขึ้นหลังช้าง พาเดินตระเวนเลาะไปตามหมู่บ้านที่อยู่ติดกับปางช้าง สนุกสุดๆ โยกเยกยังกะฟัง Rock n Roll เลยนะเนี่ย จากช้างก็เปลี่ยนมานั่งเกวียนใช้วัว2ตัวคอยลาก ก็สนุกดีแต่เจ็บก้นไปนิด ปิดท้ายด้วยการไปนั่งล่องแพ ใส่ชูชีพ + หมวก นั่งตากแดดอยู่ครึ่งชั่วโมงได้ ทรมานจริงๆ แต่ก็สนุกโคตรๆ สาวไฮโซกลัวแดดมาทริปนี้ไม่ได้นะเนี่ย เที่ยงครึ่งออกจากปางช้าง มุ่งหน้าไปไร่โชคชัยที่อยู่ห่างไปประมาณ 30 นาที ไปดูหมู่บ้านกระเหรี่ยงคอยาว ไอ้ชิบหายแม่งเก็บค่าเข้าคนละ 250 บาท ขูดเลือดขูดเนื้อกันนี่หว่า เสียดายตังค์สุดๆ(ไอ้ต้นจะไม่เข้าละเพราะแพงเกิน แต่อาเข่าอาสาจะออกตังค์ให้ ไหนๆก็มาด้วยกันแล้ว) อะไรวะ กะอิแค่ไปดูกระเหรี่ยงคอยาวนั่งทอผ้าอยู่ 4-5 คนเนี่ยนะ เก็บแพงไปป่าวเพ่ สอบถามสาวกระเหรี่ยงก็ได้ความว่า เริ่มใส่ห่วงทองเหลืองที่คอตั้งแต่อายุ 5 ขวบ แล้วจะเพิ่มทีละ 2 วง ทุกๆ 4 ปี (ขอบอก ห่วงแม่งหนักโคตรพ่อ) ตระเวนถ่ายรูป พูดคุยซักถามแบบรู้เรื่องมั่ง ไม่รู้เรื่องมั่งอยู่เกือบชั่วโมง ก็ไปเที่ยวที่อื่นต่อ อาเข่าอยากไปดูน้ำตก(ไม่ได้เอาชุดมาเปลี่ยน เลยได้แค่ดู อดลงไปเล่น) พี่เดชเลยพาไปน้ำตกแม่สา แล้วแม่งไกด์ควยไรเนี่ย เสือกไม่เคยมาน้ำตกนี้มาก่อน โดนเก็บค่าผ่านทางคนไทย 20 ต่างชาติ 200 ค่ารถอีก 10 เบ็ดเสร็จล่อไป 470 (อาเข่า+กลอเรียเป็นคนฮ่องกง) จะถอยรถกลับอยู่แล้วแต่อาเข่าบอกอยากไปถ่ายรูป + เดินเล่นในนั้น โอเค มึงจ่ายไปเลยอาเข่า น้ำตกขุ่นโคตรๆ สงสัยเพราะฝนตกหนักมาหลายวัน ก่อนหน้านี้เชียงใหม่ก็น้ำท่วม เลยมะค่อยแจ่มเท่าไร แต่ก็มีคนมาเที่ยวเยอะแยะเลย อยากลงไปเล่นน้ำมั่งวุ้ย ออกจากน้ำตกแม่สาก็เกือบๆ 4 โมงครึ่ง ยังไม่หิวกันเท่าไร พี่เดชเลยพาไปสวนพฤกษศาสตร์ ค่าเข้าคนละ 20 เอง ข้างในบรรยากาศดีมากเพราะอยู่บนเขา อากาศเริ่มเย็นแล้ว ลมพัดเอื่อยๆ โรแมนติกสุดๆ ถ้าเป็นตอนเช้าๆต้องมีทะเลหมอกแน่เลย ข้างในสวนพฤกษศาสตร์จะมี่หลายอาคาร แต่ที่สวยสุดก็ต้องเป็นอาคารพืชแล้งน้ำ เพราะต้นกระบองเพชรแต่ละต้นสวยมากๆ แถมยังจัดสวนได้สวยอีกตะหาก เสียดายกล้องถ่ายรูปแบตหมด เลยอดเก็บภาพไว้เลย โดนเจ้าหน้าที่ไล่ออกจากสวนพฤกษศาสตร์ประมาณ 5 โมงครึ่ง เพราะเค้ากะลังจะปิดแล้ว แหม ทดเวลาเจ็บหน่อยก็ไม่ได้ อากาศดี๊ดี อยากมาปูเตนท์นอนจริงๆ แต่ละคนเริ่มหิวกันแล้ว พี่เดชเลยพาไป dinner ที่ร้านโป่งแยง แอ่งดอย ขอบอก บรรยากาศดีสุดๆ มีน้ำตกด้วย แล้วแม่งสวยกว่าน้ำตกแม่สาที่ไปเสียค่าโง่ซะอีก พี่เดชก็บอกว่าไม่เคยมากินร้านนี้ ไม่รู้ว่ามีน้ำตกสวย ไม่งั้นไม่พาไปน้ำตกแม่สาหรอก เฮ้อ พลาดซะงั้น ด้วยความหิวเลยสั่งมาซะเต็มโต๊ะ อาหารก็ไม่แพง อร่อยอีกตะหาก แต่เสียดายอยู่ไกลตัวเมืองไปหน่อย ทานข้าวเสร็จก็ตบท้ายด้วยเบียร์คนละขวดกะอาเข่า นั่งตบยุงกินบรรยากาศ แหม เพลินดีจริงๆ กว่าจะถึงโรงแรมก็ 2 ทุ่มกว่าๆ ป๋าเด่นนัดว่าจะพาไปเที่ยวสองสลึง แต่ท่าทางจะหมดสภาพแล้ว เหนื่อย+เพลียโคตรๆ พรุ่งนี้ยังต้องไปตระเวนอีก เลยโทรไปแคนเซิลกะป๋า อิต๋อม อาเข่า กลอเรีย อยากไปเดินไนท์บาซาร์ที่อยู่ติดกับโรงแรม แต่ไอ้ต้นขอบาย ไม่ไหวแล้ว บู๊มาหลายวันติด ขอนอนแช่น้ำอุ่นจิบเบียร์อยู่ที่ห้องดีก่า ว่าแล้วก็เปิดน้ำอุ่นใส่อ่าง เปิดตู้เย็นคว้าขวดเบียร์มานั่งจิบฆ่าเวลา พอน้ำใกล้เต็มอ่างก็เลยลงไปนอนแช่ซะเลย โอว สบายสุดสุด 19 ตุลาคม - กว่าจะแหกขี้ตาตื่นก็ 8 โมงนิดๆ อาบน้ำแต่งตัวลงไปกินอาหารเช้า มะวานก็มะได้กิน เสียดายบัตรชิบเป๋งเลย ซัดกันซะพุงกางรอเวลาที่พี่เดชจะมารับตอนประมาณ 9โมงนิดๆ วันนี้โปรแกรม แรกไปนมัสการวัดพระธาตุดอยสุเทพ อิอิอิ ไปถึงก็เกือบๆ 9 โมงครึ่ง ตระเวนไหว้พระ ทำบุญ ถ่ายรูป กว่าจะออกจากที่นั่นก็เกือบๆบ่ายโมงแล้ว จุดหมายต่อไปคือพระตำหนักภูพิงราชนิเวศน์ อยู่เลยขึ้นไปจากวัดพระธาตุประมาณ 15 นาที ข้างในมะค่อยมีไรเลย คงเพราะเจ้าหน้าที่พึ่งจะเอาดอกไม้มาลงมั้ง รอรับเสด็จพระราชินี(จะมาประทับที่นี่ตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม ของทุกปี) มันเลยยังไม่บานเต็มที่ แต่พอเดินขึ่นเขาไปทางแอ่งเก็บน้ำ อะโห มีน้ำพุตั้งหลายตัว สวยมากๆ ถ้าเป็นตอนกลางคืนเปิดน้ำพุ เปิดไฟสีๆ จะแจ่มกว่านี้อีกนะเนี่ย ออกจากพระตำหนักภูพิงก็ 2 โมงกว่าๆ จุดหมายต่อไปก็คือบ่อน้ำพุร้อนที่สันกำแพง โอเค มู๊ฟ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง นั่งหลับกันอีกแล้ว ค่าเข้าคนละ 15 บาทเอง(ให้อาเข่ากับกลอเรียฟอร์มเนียนเป็นคนไทย ไม่งั้นเสียคนละ 30) มีทั้งน้ำพุร้อน ท่อส่งน้ำพุร้อนมาลงที่อ่างต้มไข่ สระว่ายน้ำแร่ ห้องอาบน้ำแร่ ห้องซาวน่า รับนวดฝ่าเท้า โอ๊ยเยอะแยะ เดินกันเพลินเลย ว่าแล้วก็เดินไปซื้อกระเช้าไข่เอามาต้มในบ่อน้ำพุร้อน(กระเช้าละ 20 บาท แบบกระเช้าไข่ไก่ มีอยู่ 4 ฟอง แบบกระเช้าไข่นกกระทามีอยู่ 10 ฟอง) มีคำแนะนำติดไว้ที่ข้างบ่อว่า อุณหภูมิของน้ำ 105C ต้มแบบไข่มะตูม 6 นาที แบบสุกปานกลาง 8 นาที แบบสุกเต็มที่ 10 นาที เออ ดีวุ้ย เอากระเช้าไข่ลงไปแช่ พี่เดชอาสานั่งเฝ้าให้ พวกเราก็ไปตระเวนถ่ายรูป เดินไปดูโซนต่างๆ ประมาณ 15 นาทีก็กลับมาที่บ่อแช่ไข่ ไหนเอามาลองกินซิ มันจะอร่อยกว่าต้มเตาแก๊สอ๊ะป่าว ด้านข้างจะจัดที่นั่งเป็นซุ้มๆ ตั้งอยู่ใกล้ๆกับคลองส่งน้ำพุร้อน จัดไว้ให้คนที่มาเที่ยวได้นั่งแช่เท้า พวกเราก็เลยยึดซะ 1 ซุ้ม นั่งเอาเท้าไปแช่น้ำพุร้อนพร้อมกับนั่งปอกไข่ต้มกินกันด้วยความเอร็ดอร่อย เพลินดีจริงๆ ประมาณ 5 โมงก็ออกจากบ่อน้ำพุร้อนมุ่งหน้าเข้าตัวเมือง เพราะนัดกับป๋าเด่นว่า เวลาประมาณ 6 โมงครึ่งจะมากินข้าวเย็นกันที่ร้านผาลาด ตะวันรอน ร้านอาหารบรรยากาศดีอยู่ทางไปสวนสัตว์เชียงใหม่ แต่ระหว่างทางฝนดันตกลงมาซะนี่ ตอนแรกก็คิดว่าจะตกปรอยๆไม่นานก็หยุด ที่ไหนได้แม่งตกโคตรหนักเลย ละตกแบบไม่หยุดซะนี่ กว่าจะเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ได้ก็เกือบ 6 โมงครึ่งละ แล้วที่สำคัญ เชียงใหม่น้ำท่วมครับทั่น โอ้ว พระเจ้ายอด นี่ขนาดตกมาชั่วโมงเดียวเองนะเนี่ย โทรหาป๋าเด่น เอาไงดีป๋า ร้านที่เราจะไปเนี่ยมัน Open air รึมีหลังคาบังเนี่ย ป๋าแกก็บอกว่ากะลังจะโทรมาให้เปลี่ยนที่อยู่พอดี เพราะร้านผาลาด ตะวันรอนมันแบบ Open air ฝนตกหนักขนาดนี้ก็จบข่าว เปลี่ยนแผนไปร้าน Good View ริมแม่น่ำปิงแทนละกัน ไปรึงร้าน Good View ประมาณทุ่มนึง อะโห บรรยากาศดี๊ดี นักท่องเที่ยวเพียบเลย นั่งซักพักป๋าเด่นกะน้องปุ้ยก็มา ด้วยความหิวก็สั่งอาหารซะเต็มโต๊ะอีกแล้ว อร่อยๆทั้งนั้นเลย ระหว่างนั่งทานอาหาร ทางร้านก็มีวงดนตรีสดมาเล่นดนตรี+ร้องเพลงให้ฟัง ขอบอกอีกแล้ว(ถึงจะไม่อยากอ่าน ไม่อยากฟัง ไอ้ต้นก็จะบอกกกกกก)ว่าสุดยอดมากๆ ดนตรีเล่นดีมาก นักร้องนี่เสียงโคตรดี ไอ้พวกขายรูปร่าง ขายหน้าตา แล้วมาออกเทปอย่างค่ายแกรมมี่ RS นี่ชิดซ้ายไปเลย น่าพาไปนั่งร้านนี้ซักครั้ง เผื่อจะละอายใจขึ้นมามั่ง กินกันพุงจะแตก เช็คบิลมา 1,600 เองง่ะ ถ้าเทียบปริมาณ+ชนิดของอาหารกับที่กรุงเทพแล้ว บิลออกมาต้อง 4,000 อัพแน่เลย ทำไมที่เชียงใหม่มันถูกยังงี้เนี่ย น้องปุ้ยบอกว่ามีรถเข็นขายอาหารญี่ปุ่นอยู่เจ้าหนึ่ง ปุ้ยกับป๋าเด่นไปอุดหนุนประจำ รสชาตินี่ฟูจิ + โออิชิ + เซ็น ชิดซ้ายเลยเพราะคนญี่ปุ่นมาทำเอง แถมราคายังไม่แพง(ข้าวหน้าหมูชามเบ้อเร่อที่ร้านขาย 30 บาท ฟูจิขาย 180) เอาไว้ไปเชียงใหม่คราวหน้า พาพี่ไปทานด้วยนะจ๊ะ ออกจากร้านเกือบๆ 4 ทุ่ม ป๋าเด่นกะปุ้ยอาสาไปจองโต๊ะที่ร้านสองสลึงก่อน ส่วนพวกเราก็กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงแรม เที่ยวสั่งลาเชียงใหม่คืนสุดท้ายแว้ว ระหว่างเตรียมตัวไอ้เสี่ยยาโทรมาชวนไปกินข้าวกันพอดี พวกเรากินกันแล้วเลยให้มันกับเมียไปกินกันก่อน แล้วมารับพวกเราที่โรงแรมเพื่อจะได้ไปเที่ยวสองสลึงด้วยกันโลด อิอิอิ พอเหมาะพอเจาะจริงๆ 4 ทุ่มนิดๆ ไอ้เสี่ยยากะเมียก็มารับที่โรงแรม ตรงดิ่งไปร้านสองสลึง อยู่แถวๆเลียบคลองชลประทาน บรรยากาศฮิพฮอพจ๋า สาวๆก็แจ่มแต่สู้ Warm Up ไม่ได้(ที่สองสลึงเน้นดนตรีสดสไตล์ฮิพฮอพ ส่วน Warm Up เน้นเปิดแผ่น) ดริ๊งค์ไปแด๊นซ์ไป แต่ไม่มันส์เท่าวันแรกที่ Warm up คงเพราะเหนื่อย+เพลียด้วยล่ะมั้ง กว่าเหล้าจะหมด กว่าร้านจะปิด ปาเข้าไปตี 1 ครึ่ง โอย จะสลบอยู่แล้ว ดีนะที่พรุ่งนี้ไม่มีโปรแกรมไปตะลอนทัวร์อีก เช็คเอาท์เที่ยงละก็ไปรอขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพเลย ส่วนคืนนี้รีบกลับโรงแรมกันเถอะ ไอ้เสี่ยยากะเมียก็อาสาไปส่งที่โรงแรม เพราะแถวนั้นไม่ค่อยมีสองแถววิ่งผ่าน ยิ่งดึกๆยังงี้ต้องรอนาน อีกอย่างจะได้นัดแนะเวลาด้วย พรุ่งนี้มันว่าง จะพาไปทานอาหารเที่ยงละก็พอไปส่งที่สนามบิน กรี๊ดๆ น่ารักจริงๆเพื่อนกู 20 ตุลาคม - กว่าจะแหกขี้ตาตื่นก็ปาเข้าไปเกือบ 10 โมง ล้างหน้าแปรงฟัน ลงไปกินอาหารเช้าก่อน(บุฟเฟต์มี 06.00น – 10.00น) กินกันอิ่มละค่อยขึ้นมานอนต่อ ประมาณเที่ยงไอ้เสี่ยยาก็โทรมาบอกว่าเสร็จธุระแล้ว อีกครึ่งชั่วโมงจะมารับ เลยเร่งอาบน้ำ แต่งตัว แพ๊คกระเป๋า เตรียมเช็คเอาท์ลงไปรอที่ล๊อบบี้ เที่ยงครึ่งไอ้เสี่ยยาก็มาพร้อมกับเมียสุดที่รักของมัน ยกกระเป๋าขึ้นรถแล้วก็พาไปซื้อของฝากจากเชียงใหม่ที่ร้านวนัสนันท์ ได้ของฝากกันเพียบเลยทั้งไส้อั่ว แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม กระเทียมโทนดอง ของโปรดทั้งนั้น เหลือบดูนาฬิกา โอ้ว บ่ายโมงกว่าๆแล้ว ต้องไปเช็คอินตอนบ่าย 2 โมง ยังพอมีเวลาอยู่นิดหน่อย ไอ้เสี่ยยาเลยพาไปกินข้าวซอยเสมอใจ ใกล้ๆวัดฟ้าฮ่าม เป็นร้านข้าวซอยอร่อยสุดซู๊ดของเชียงใหม่เลยนะเนี่ย แล้วก็ไม่ผิดหวัง ของเค้าดีจริงๆ รีบกินรีบจ่ายตังค์แล้วก็บึ่งไปสนามบิน ถึงนั่น2โมงเป๊ะๆ ดีจังรถไม่ติดเหมือนกรุงเทพ ร่ำลาอาลัยไอ้เสี่ยยาด้วยความซาบซึ้งน้ำใจ ไว้มีโอกาสจะไปรบกวนใหม่เว้ยพวก เครื่องออก 3 โมง ถึงกรุงเทพ 4 โมง กว่าจะถึงบ้านก็ 5 โมงนิดๆ เหนื่อยโคตรๆ แวะซื้อข้าวหน้าหมู่บ้านกลับมาอาบน้ำ ทานข้าว ทานยาแก้ไข้ แก้หวัด นั่งเล่นคอมซักพักไม่เกิน 3 ทุ่ม โอย ไม่ไหวแล้ว นอนพักดีก่า วันพรุ่งนี้ต้องไประยองอีก โปรแกรมเที่ยวติดๆกันเลยวุ้ย โห ยาวชิบหาย กะว่าจะเขียนทริประยองต่อ แต่แค่นี้ก็ตาลายแล้ว เอาไว้ไม่ขี้เกียจจะมาเล่าให้ฟังละกัน วันนี้เท่านี้ก่อนเด้อ รักษาสุขภาพกันด้วยนะคร๊าฟพี่น้อง 20 octobre ก้นอ่าว + เสม็ดหวัดดีค๊าฟพี่น้อง สบายดีกันอ๊ะป่าว
ช่วงนี้ไอ้ต้นเป็นโรคเบื่อคอมอย่างรุนแรง คงงดอัพเดทซักระยะ เอาไว้มีไฟเมื่อไรจะกลับมาเขียนอีกเด้อ
เข้าหน้าหนาวแล้ว ดูแลสุขภาพกันด้วยนะค๊าฟ
ย้อนรอย
13 ตุลาคม - ถึงระยองประมาณ 4 โมงเย็น นั่งรถตะลอนทัวร์ไปหาบังกะโลที่หาดก้นอ่าวเพื่อจะเข้าพักในวันศุกร์ จนไปจบที่วังทองรีสอร์ท หลังละ 2,800 บาท มี 2 ห้องๆ ละ 3 เตียง แต่พอดันเตียงมาชิดกันก็นอนอัดกันได้ประมาณ 8 คน
14 ตุลาคม - เข้าบังกะโลไปตอน 5 โมงกว่าๆ เตรียมเสบียงพร้อมสรรพ แสงโสม 4 ฮันเดรต 4 ลีโอ 1 ลัง น้ำแข็ง 1 ถังใหญ่ สมาชิกทะยอยมากันเพียบ รวมๆแล้วประมาณ 15 คน ซัดกันถึง 8 โมงเช้า แต่ไอ้ต้นไม่ไหวแล้ว ร่วงไปตอนตี 4 ดีนะไม่โดนแกล้ง อิอิอิ
15 ตุลาคม - ติดต่อจองห้องพักที่เกาะเสม็ด ตอนแรกว่าจะไปอ่าวไผ่ เพราะใกล้กับผับ Silver Sand ผับสุดยอดแห่งเกาะเสม็ด แต่อ่าวไผ่นี้ไม่รับจอง ต้อง walk in เท่านั้น ดูเวลาแล้วไปไม่ทันแน่ๆ เลยต้องกลับมาตายรังที่หาดทรายแก้ว เอาวะ ดีกว่าไม่มีที่พัก
- กว่าจะรวมสมัครพรรคพวกได้ ล่อไป 4 โมงกว่า กว่าจะลำเลียงพลไปถึงท่าเรือได้ก็ปาเข้าไป 5 โมงละ
- ที่ท่าเรือโดนไอ้น้องโต้งบ่นไป 1 ยก เหตุเพราะอีเจ๊แหม่มไปบอกไอ้น้องต่ายว่าจะมาที่ท่าเรือกันก่อนเที่ยง ไอ้น้องต่ายก็เลยแหกขี้ตาตื่นมารอพวกพี่ๆตั้งแต่ 10 โมง รอ ร๊อ รอ จนเที่ยงกว่าก็ยังไม่โผล่ เลยกลับไปนอนต่อที่บ้านด้วยความเซ็ง (เซ็งตัวเองด้วยที่ไม่ได้เอาโทรสับมา ถ้าโทรถามแต่แรกก็คงไม่ต้องมานั่งรอหรอก เหอเหอเหอ)
- พอไอ้น้องโต้งบ่นเสร็จก็เดินไปเอาตั๋วเรือมาให้ (บ้านมันทำเรือข้ามฟาก แก๊งพวกเราเลยไป-กลับเสม็ดฟรีตลอดชีพ)
- ไปถึงท่าเรือเกาะเสม็ดก็มีหนุ่มหล่อชื่อจอยมารอรับ (เพื่อนของไอ้นัท) พาพวกเราไปขึ้นสองแถวแล้วก็ขี่มอไซด์นำไปก่อน พอไปถึงป้อมเก็บตังค์จอยก็มายืนโบกให้รถสองแถวทั้งสองคันของพวกเราขับผ่านไปเลย ไม่ต้องเสียตังค์ (คนไทย 20 ต่างชาติ 200)
- นักท่องเที่ยวบนรถสองแถว 2 คันข้างหน้ารถเราที่จอดจ่ายตังค์อยู่ต่างก็มองพวกเราด้วยสายตาแบบ "อะไรวะ ทำไมพวกมึงไม่ต้องจ่ายตังค์เนี่ย" โฮะๆ มากับผู้มีอิทธิพลซะอย่าง ทุ่นไปได้ตั้งหลายร้อย (ไปกัน 16 คน มีคนจีน 2 คน)
- ไปถึงที่พักที่จองไว้ (ต้นสักรีสอร์ท) ชิบหายแล้ว เสือกจองไว้แค่ 2 ห้อง (ห้องแรก 1 เตียง นอนเบียดกันได้ 4 คน อีกห้องมี 2 เตียง แต่เตียงยกลงมาได้เพราะมีที่นอน 2 อันซ้อนกัน) จะนอนกันพอมั้ยเนี่ย เอาวะ เบียดๆกันหน่อย แต่เจ้าของที่พักก็ใจดี เอาที่นอนมาเพิ่มให้อีกห้องละเตียง ขอบคุณคร๊าฟ
- ต้นสักรีสอร์ทสวยมากๆ ห้องพักก็สวย ห้องอาหารก็สวย เพราะพึ่งจะต่อเติม ปรับปรุง ด้วยความที่จอยสนิทกับเจ้าของรีสอร์ท เลยได้ลดราคา 50% จากสองห้อง 5,000 เหลือแค่ 2,500 เอง โอ้ว จอร์จจจจจจจจ
- เก็บของ เปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมลงน้ำ แล้วก็มารวมพลกันที่ห้องอาหาร ลมทะเลเย็นสบายมากมาย เลยให้อิพิมโทรหาไอ้น้องโต้ง เพราะไอ้น้องโต้งบอกจะตามมากับแฟน สรุปพอรู้ว่าพวกเราพักต้นสักรีสอร์ท แม่งขำก๊าก เพราะของญาติมัน เลยบอกว่างั้นเดี๋ยวจัดการลดค่าอาหารให้ เพราะค่าห้องลดไปแล้ว โอ้ว แทงคิ้วหลายๆ ไอ้โต้งน้องรักของพวกพี่ๆ (16 คน สั่งกันแบบ nonstop ตั้งแต่ 6 โมงยัน เที่ยงคืน ทั้งกับข้าว กับแกล้ม mixer บอลออกมา 2560 เองง่ะ ถูกโคตรพ่อ)
- เตรียมเหล้าไปกันเพียบอีกแล้ว แสงโสม 4 ฮันเดรต 6 Black 2 ลิตร ไวน์ 1 ขวด เบียร์ 1 ลัง แล้วพวกน้องๆที่ตามมาก็เอาอะไรมาอีกมั่งก็ไม่รู้ เยอะจัด จำไม่ได้ละ
- กะจะเมากันเต็มที่ละดึกๆค่อยไปต่อที่ Silver Sand แต่พวกไอ้น้องโต้งและเพื่อนๆมันที่ตามมาบอกว่า วันนี้ไม่ควรไปเที่ยว เพราะพี่ๆที่ฝั่งบอกว่ามีแก๊งวัยรุ่นเสื้อดำประมาณ 20 คน ข้ามฝั่งมาที่เกาะเสม็ด เพราะได้ข่าวว่าโจทย์ของพวกมันจะมาเที่ยวที่ Silver Sand พวกมันเลยยกพวกกะจะมาเอาคืนที่เสม็ด ไอ้ชิบหายเอ๊ย กร่อยแดกเลยกู
- ซัดเหล้ากันเพลินมาก เพราะฝนเสือกตก อากาศเย็นสบาย แหกปากเล่นกีตาร์ร้องเพลงแบบไม่เกรงใจแขกที่มาพักเลย (ช่างแม่ง พวกกูเยอะเว้ย กูสนุกของกูง่ะ) จนประมาณตี 2 นิดๆ พี่พงศ์เจ้าของรีสอร์ทเลยโทรมาด่าไอ้น้องโต้งบอกว่าให้เงียบๆกันหน่อย แขกโทรไปด่าพี่เค้าหลายคนแล้ว แป่ววววววว
- ประมาณตี 3 ไอ้น้องโต้งกะพรรคพวกก็ขอตัวกลับฝั่ง เพราะไม่อยากโดนด่าอีกรอบตอนเช้า อ้าว ทิ้งกันซะงั้น ละค่าข้าวมื้อเช้ากะเที่ยงพวกพี่ๆจะได้ส่วนลดมั้ยเนี่ย (เดี๋ยวนี้เรือข้ามฟากมี 24 ชั่วโมงละ)
- กว่าจะยัดคนทั้งหมดประมาณ 20 คนเข้าไปนอนใน 2ห้องที่จองไว้ได้ ล่อเข้าไปเกือบตี 4 ครึ่ง โอย หมดสภาพเลยวุ้ย เมาชิบหาย
16 ตุลาคม - กว่าจะตื่นมารวมพลกันได้ ล่อไปเกือบ 10 โมง ไม่มีอารมณ์จะเล่นน้ำละ เลยสั่งข้าวมากินกันแล้วเตรียมตัวกลับที่พัก (สั่งไม่เยอะเท่าไรถ้าเทียบกับเมื่อคืน บิลออกมา 2,300 นิดๆ สาดดดด ไม่น่าเสียงดังเลยเมื่อคืน โดนทำโทษจ่ายราคาเต็มซะ)
- 3 โมงก็ไปรอที่ท่าเรือเตรียมกลับเข้าฝั่ง ได้เรือเที่ยว 3 โมงครึ่ง ลากันทีเกาะเสม็ด ไว้ครึ้มอกครึ้มใจจะมาถล่มใหม่นะจ๊ะ
- 4 โมงครึ่งออกจากระยองตีรถเข้ากรุงเทพ นั่งกระบะหลังรถไอ้แนนมากลับ ไอ้น้องเต๋อ น้องพัฒน์ น้องโอ่ง (ข้างหน้าอิต๋อม อาเข่า พี่สาวอาเข่าจองซะละ) สมบุกสมบันโคตร โดนลมตีหน้าซะหูชา แสบหน้าไปหมด ฝนเสือกตกช่วงก่อนเข้า motor way อีกตะหาก เปียกกันสมใจเลย
- ถึงกรุงเทพทุ่มครึ่ง กว่าจะถึงบ้านก็สองทุ่มนิดๆ ไม่ไหวว่ะ หมดสภาพ แดกยาแก้ไข้ แก้หวัด น๊อคเลย สวัสดีประเทศไทย
ไว้คราวหน้าจะมาอัพเดททริปที่ไปเชียงใหม่นะจ๊ะ (17 - 20 ตุลาคม) สนุกมากๆ อยากไปอยู่ที่นั่นจริงๆ
21 ตุลาคม - ไประยองนะคร๊าฟ ไม่มีกำหนดกลับ เจอกันเมื่อไอ้ต้นออนไลน์เด้อ 12 octobre e`pa party
เฮลโล่ เลดี้แอนด์เย็นตะละแหม๋น ฮาวอาร์ยู๊ทูเดย์ หูย BloG ที่แล้วนี่มีมหกรรมโครงการ Comment เอื้ออาทรรึป่าวเนี่ย อะไรมันจะเยอะแยะป่านนี้ ขอขอบคุณมิตรรักแฟนสเปซทุกทั่นเลยนะจ๊ะที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียนอีตาขี้เมาคนนี้ ขอบคุณหลายๆเด้อ มิตรภาพและความมีน้ำใจนี้ได้ทราบซึ้งตรึงตับไอ้ต้นจนยากที่จะหาใดมาเปรียบปาน รักไอ้ต้นน้อยๆ แต่รักไอ้ต้นนานๆนะจ๊ะ (ส่งสายตาปิ๊งๆๆๆ) ที่หายหำไปนาน ก็ไม่ใช่อะไรหรอก บังเอิ๊ญบังเอิญมีพวกโรคจิตมา Comment เรียกร้องความสนใจ เลยทำให้หงุดหงิดจนไม่อยากจะเข้าสเปซไปหลายเพลา แต่พอได้กลับมานั่งคิด ก็เลยนึกขึ้นได้ว่า แล้วกูจะไปสนใจมันเพื่ออะไรวะเนี่ย ยิ่งสนใจ-ต่อความยามสาวความยืด ก็จะมีแต่เข้าทางมัน เลยตัดสินใจปล่อยวาง ห่างฮี๋แม่ง ลบ Comment แม่งทิ้งซะเลย เสนียดลูกกะตา ปกติพวกเราจะเป็นคนง่ายๆ เข้ากันได้กับทุกคน ไม่สนใจว่าเพศไหน มาจากไหน ขอให้จริงใจต่อกันก็โอเคแร๊น แต่วันนี้ขอซักวันเถอะนะ ไอ้แก๊งค์เกย์หัวควยที่เสือกมาโพสอะไรเหี้ยๆไว้ในสเปซกูเนี่ย มึงเป็นควยอะไรมากปะ เรียกร้องความสนใจจากกูจัง ทั้งๆที่กูก็ไม่เคยไปเสนอหน้าที่สเปซมึงเลยซักกะครั้ง แล้วขอโทษเถอะว่ะ ถ้าคิดว่าวิธีการนี้จะทำให้กูไปตอบกลับที่คอมเม้นมึงเนี่ย กูดีใจด้วยนะที่มึงได้คอมเม้นกูไปตั้ง 2 อัน จนกูคิดได้ว่า ถ้าต่อความยาวสาวความยืดกว่านี้แม่งไม่จบไม่สิ้นแน่ๆ กูไม่รู้นะว่ามึงคิดเหี้ยๆอะไรอยู่ สนใจอยากอมควยกูรึไง เสียใจว่ะหน้าตาอย่างพวกมึง หนังส้นตีนกูยังเนียน+ขาวกว่าหน้ามึงทั้ง 2 ตัวเลย จากที่อยู่ใน Profile มึงลงไว้ว่าอยู่ที่ LA ถ้าเป็นความจริงกูก็ดีใจกับมึงด้วยนะที่มึงมีโอกาสได้ไปอยู่ที่นั่น เพราะระดับหน้าตาสถุนๆอย่างพวกมึงเนี่ย หาควยคนไทยอมยากแน่ๆ หน้าตาเหียกๆ เหี้ยๆยังงี้ กบว เซนเซอร์ว่ะ ขอให้สำราญบานใจในการที่โก้งโค้งโก่งตูดรับควยฝรั่ง รึนิกโกรที่มันมาทะลวงมึงละกัน เอดส์แดกดีกว่าเอ็ดยดเว้ยพวก เมื่อคืน ได้มีโอกาสกินเหล้าแร้น หลังจากที่อดอยากปากแห้งมาหลายทิวาราตรี เหตุเพราะ ไอ้เอแดกเจ ถือศีล งดเหล้า งดเด้า งดว่าว อนุโมทนาสาธุ (แต่เจของไอ้ฟลุคนี่งดเหล้าอย่างเดียว ฮ่าๆ) ไอ้เต้ยก็กลับสิงห์บุรี ไอ้ครั้นจะตามไปด้วยก็กระไรอยู่ เพราะบ้านที่สิงห์แม่งสงบเกิ๊น (ถ้าชลบุรีก็พอว่า ยังมีโอกาสนั่งเมาริมหาดบางแสน ไปเหล่สาวๆ ม.บู) เมื่อวานนี้ไอ้เอออกเจแล้ว โอ้ว ยังงี้ต้องฉลอง เลยจัดแจงนัดแนะกันว่า จะไปก๊งกันที่ไหนดี จะชวนใครไปมั่ง นั่งมองหน้ากันเงียบๆอยู่ประมาณ 10 นาที ต่างคนต่างหยิบโทสับมากดไล่ชื่อใน Phone book ตั้งแต่ชื่อแรกยันชื่อสุดท้าย สรุป เป็นเสียงเดียวกันว่า ที่จะชวนได้ก็มี เจ๊ฝ้ายกับเจ๊กุ้ง แค่ 2 คนนี้ใช่มะ? ฮือๆ ทำไมชีวิตมันรันทดยังงี้วะ นี่พวกเราไม่มีใครคบแล้วใช่มั้ยเนี่ย วันๆเจอหน้ากันอยู่ 3-4 ตัว (ไอ้ต้น ไอ้เอ ไอ้แนน น้องเท็น) เฮ้อ ชูวิทย์ เอ๊ย ชีวิต เรื่องไปกินเหล้านี่ตัดไอ้แนนทิ้งไปได้เลย เดี๋ยวนี้แม่งทำตัวแก่ อายุ 26 เสือกทำยังกะ 36 ชวนไปไหนมะเคยจะไปง่ะ ไม่เป็นไร เรามิง้อหรอก มีกันแค่นี้ก็แค่นี้วะ เอาคุณภาพเว้ยมะได้เอาปริมาณ ว่าแล้วก็กริ๊งกร๊างโทรตามเจ๊ฝ้ายซะเลย เจ๊นี่ก็ Miss OK เหมือนกันไอ้ต้น ไอ้เอ เด๊ะๆเลย ถ้าเรื่องโทรมาชวนแดกเหล้านี่ Never say NO ถึงไหนถึงกัน เจ๊ฝ้ายเสนอมาว่า มีร้านเปิดใหม่ใกล้ๆกับร้าน Seven ที่เกษตร นวมินทร์ ชื่อร้าน e`pa party บรรยากาศดี ลองไปนั่งกันดีก่า โอเค ใกล้บ้านด้วย ลองนั่งที่ใหม่ๆมั่ง จะได้ไม่ซ้ำซากจำเจ (ไอ้เอก็โทรไปขออนุญาตเมียว่าจะไปกินเหล้ากับไอ้ต้น เจ๊ฝ้าย เจ๊กุ้ง โดนเมียถามกลับมาว่า "นี่พวกมึงมีกันแค่นี้เองหรอ ไม่มีใครคบแล้วใช่มั้ย" พูดแทงใจดำจริงๆ) พอไปถึงอะโห ที่จอดรถกว้างมากๆ ปลอดภัยไร้กังวล ราคา 20 บาทเอง แจ่มมากมาย พอเข้าไปในร้าน อะโห โล่งสบาย แต่งร้านแนวไทยๆ พนักงานเสิร์ฟใส่ชุดประมาณ ล้านนา เมืองเหนือกะเจ้า แล้วพนักงานเยอะมากๆ ยืนประจำแต่ละโต๊ะเลย บริการดีสุดยอด คอยเก็บเศษทิชชู่ให้ จานเลอะก็เปลี่ยนจานให้ตลอด มีแจกบัตรลด 10% ค่าอาหารให้กับลูกค้าทุกคนซะด้วย เริดมากมาย ที่สำคัญ ราคาถูกมากๆ เหล้า 100 Pipers ราคา 450 บาท แถม Mixer 4 ขวด (ขวดละ 25 บาท) อาหารก็อร่อยมากๆ สั่งไม่เกิน 10-15 นาทีก็ได้ละ แถมราคายังไม่แพงด้วย เมื่อคืนซัดเหล้าไป 1 กลม ข้าวผัดกุนเชียง ซี่โครงหมูทอด โป๊ะแตกทะเล ยำเนื้อย่าง ปลากระพงนึ่งมะนาว 1,315 บาทเองง่ะ เป็นร้านของ เอ้ ชุติมา + เจเนต เขียว + ดาราอีกหลายต่อหลายคน ที่ร่วมหุ้นกัน แถมมะวาน ดารามาเที่ยวกันเพียบเลย แต่ทำไมมีแต่ดาราผู้ชายวะเนี่ย เซ็งเลยจอร์จ ที่สำคัญ หน้าร้านปิดตี1 แต่สามารถมู๊ฟไปนั่งข้างในได้ถึงตี4 เป็นห้องคาราโอเกะรวม โอ้โน่ว เข้าทางเลย คราวหน้าเสร็จโจร ประทับใจในการบริการ + รสชาติของอาหาร เลยมาแนะนำเล่าสู่กันฟัง ถ้าสะดวกก็ลองไปอุดหนุนดูนะจ๊ะ รับรองจะติดใจ ชื่อร้าน e`pa party (อีป้าปาร์ตี้ เพราะหุ้นส่วนแต่ละคนนี่ รุ่นป้าๆกันทั้งนั้น) อยู่ห่างจากร้าน Seven มาประมาณ 1 km ถ้าขับมาทางฝั่ง Yes in deed ให้มองขวาไว้ ถ้าเจอร้าน Seven ก็ให้ชิดขวาเตรียมกลับรถได้เลย ถ้ามาทางอีกฝั่งก็ขับเลยโซน ทำฟัน Sharley ท่าพระจันทร์มาไม่ไกลมาก สังเกตป้ายไฟสีส้มๆ ตั้งก่อนถึงทางเลี้ยวเข้าลานจอดรถ อาทิตย์หน้า / ปลายเดือน พวกเราจะไปอุดหนุนที่นั่นกันอีก คงมีโอกาสได้ไปชนแก้วกันนะจ๊ะ พรุ่งนี้เช้าไประยองละ ไปเมาหัวทิ่มริมหาดกันอีกแล้ว กว่าจะกลับก็คงวันจันทร์มั้ง แล้วจะมาเล่าสู่กันฟังนะจ๊ะ วันศุกร์ที่ 14 นอนบังกะโลที่หาดก้นอ่าว พร้อมด้วยสมาชิกแก๊งเด็กระยองประมาณ 20 ชีวิต ลงน้ำเที่ยงคืนอีกแหงๆ วันเสาร์ที่ 15 ข้ามไปเที่ยวเกาะเสม็ด พักที่อ่าวไผ่ จะมีสาวๆใส่บิกินี่มั้ยน๊า วันอาทิตย์ที่ 16 กลับมาฝั่งระยอง อาจจะเมากันอีกคืน ดูปัจจัย + ความพร้อมของตับก่อน สุขสันต์วันหยุดกลางสัปดาห์ถ้วนหน้านะคร๊าฟ ขอให้ถูกหวย(แดก)กันทุกคนเด้อ แว๊ฟ 7 octobre pictures updatedช่วงนี้มะค่อยได้อยู่บ้าน ตะลอนทัวร์เดินสายเที่ยวเยอะไปหน่อย ขอโทษด้วยนะค๊าฟ
เมื่อคืนไปเที่ยวแจ่มบาร์กับไอ้ฟลุค ไอ้เต้ย (ไอ้ฟลุคแดกเจ งดเหล้า แต่เสือกเงี่ยนอยากไปเที่ยว)
แดกเหล้ากับไอ้เต้ย 2 คน เกือบหมดกลม แม่งเอ๊ย เมาชิบหาย
ออกจากร้านประมาณเที่ยงคืนครึ่ง ไม่อยากออกตอนร้านปิดเพราะขี้เกียจเจอรถเยอะๆ
ดีนะที่ไอ้ฟลุคแดกแต่น้ำเปล่า ขากลับเลยนั่งอย่างสบายใจ ไม่ต้องลุ้นระทึก (ปกติไอ้ฟลุคขับรถโคตรเร็ว ถ้าเมาด้วยนี่เร็วคูณ100)
นั่ง BMW M3 เปิดประทุน โอ้ว อากาศหลังฝนหยุดตกนี่ลมเย็นสบายดีจริงๆ
นั่งมองหน้ากันซักพัก เออ หิวว่ะ เลยแวะตลาดห้วยขวางซื้อกับข้าวเจไปทานบ้านไอ้ฟลุค
กินอิ่มละก็แยกย้ายกลับบ้าน ดีนะที่แดกอิ่มละไอ้เต้ยสร่างเมา เลยอาสามาส่งไอ้ต้นที่บ้าน ไม่งั้นมีหลับคาแทกซี่แน่ๆ
ไว้มีกิจกรรมอะไรสนุกๆ จะมาเล่าสู่กันฟังอีกนะจ๊ะ
เก็บตกภาพทริปไปเที่ยวน้ำตกที่นครนายก
วิวจากระเบียง Guest House
น้ำตกชั้นล่างสุด (ถึงจะไหลไม่แรง น้ำไม่เยอะ แต่ก็เย็นสบายนะจ๊ะ)
น้ำตกชั้นจากุซซี่
ตัวการที่ทำให้ต้องหนีลงมาเล่นชั้นล่างๆ
ไอ้ต้นสวมบท Superman นอนในร่องน้ำ
นู๋หยก ไอ้หนึ่ง หลวงพี่เฮง ไอ้ต้นเล็ก ไอ้เต้ย
ภาพหมู เอ๊ย ภาพหมู่ริมหน้าผา
ไอ้เต้ยโดนไอ้หนึ่งตุ๋ยตูด (หน้าแม่งแต่ละคนฮาโคตร)
Action บ้าๆบอๆของไอ้ต้นกะไอ้เต้ยที่เขื่อนคลองท่าด่าน
ไอ้หนึ่งกับนู๋หยกแอบไปสวีทกันสองคน อิจฉาเฟ้ย
เดินเล่นที่สันเขื่อนก่อนกลับเข้ากรุงเทพ
ภาพความสนุกสนานของทริปนี้ทั้งหมดเอาใส่ไว้ในอัลบั้มแล้วนะจ๊ะ คลิกเข้าไปดูโลด ถ้ามีกิจกรรมมันส์ๆยังงี้อีก แล้วจะเอาภาพมาฝากเด้อ 3 octobre ตะลุยนครนายกหวัดดีเด้อพี่น้องทุกทั่น เสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมาได้เอาเงินเดือนไปถลุงที่ไหนกันมั่งเอ่ย เล่าสู่กันฟังมั่งสิ เมื่อวันเสาร์ ไอ้ต้นและผองเพื่อน (ไอ้เต้ย ไอ้ต้นเล็ก ไอ้หนึ่ง และนู๋หยก) ก็ได้ไปตะลุยนครนายกมา สนุกสนานมากมาย เป้าหมายหลักของทริปนี้คือจะไปเยี่ยมเพื่อนที่บวชเป็นพระอยู่ที่นครนายก แล้วก็จะไปเดินทัวร์ป่าช้า + นอนค้างที่วัดซะ 1 คืน แต่กว่าล้อจะหมุนออกจากกรุงเทพก็ปาเข้าไป 5 โมงเย็นแล้ว กว่าจะไปถึงวัดนี่เลย 2 ทุ่มแน่ๆ ดูท่าจะค่ำเกิน เกรงใจท่านเจ้าอาวาส เลยต้องเปลี่ยนแผนกระทันหัน เอาไงดีหว่า หารีสอร์ทนอนซักคืนแล้วค่อยไปหาพระตอนเฉันพลละกัน (เซ็งว่ะ อดทัวร์ป่าช้ากับหลวงพี่เลยวุ้ย) แล้วจะพักกันที่ไหนดีหว่า กว่าจะถึงนครนายกก็ค่ำแน่ๆ จะเอาเวลาที่ไหนไปตะลอนๆหาที่นอนเนี่ย ไอ้เต้ยก็นึกขึ้นมาได้ว่า ป้าของมันเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่โรงเรียนนายร้อย จปร. (ยศ พันเอกหญิงแหนะ) เลยลองโทรไปหาป้าดูละกัน ว่าแล้วก็กริ๊งกร๊างไปหาป้าอ๋อย ซึ่งคุณป้าก็ใจดีบอกให้มานอนในจปร.เลย เดี๋ยวจะพาไปทานข้าวละเปิด Guest house ให้ โอ๊ะโอว ไฮโซจริ๊ง ที่สำคัญคุณป้ามาจอดรถรออรับที่หน้าประตูทางเข้าเลย จะได้ไม่ต้องแลกบัตร เเผื่อจะไปออกประตูทางอื่น พอรู้ว่าเป็นหลานพันเอกเท่านั้นแหละ ทหารยามตะเบ๊ะกันเป็นแถว อ๊ะโห ความรู้สึกต่างจากเห็นยามตามห้างตะเบ๊ะจริงๆ ไปทานข้าวกันที่บ้านคุณป้าแล้วจากนั้นป้าก็พาไปที่ Guest house ที่อยู่บนเขาชะโงก โอ้โห บรรยากาศเงียบสงบมากๆ ฟ้าใส ดาวสวย ลมพัดเอื่อยๆ เย็นสบายจริงๆ ด้วยความที่นอนพักในค่ายทหาร พวกเราเลยไม่กล้าเอะอะ คืนนั้นเลยข่มตานอนกันเร็วผิดปกติ No alcohol ซะงั้น ตื่นกันแต่เช้าเพื่อมาดูทะเลหมอกที่อยู่ตามยอดเขา พื้นที่ด้านล่างๆก็มีไอหมอกปกคลุม อะโห ถ้าหน้าหนาวนี่ต้องสวยกว่านี้แน่ๆ ทยอยกันอาบน้ำแต่งตัว ประมาณ 9 โมงคุณป้าก็โทรมาหา จะพาไปทานกลางวันพร้อมกับคุณลุง ให้เอากุยแจไปไว้ที่เคาเตอร์ได้เลย แหม เกรงใจจัง ได้นอนฟรีละยังจะอิ่มฟรีอีก แต่พวกเราก็ทำตัวเป็นหลานๆที่ดี ไม่กล้าขัดความตั้งใจของผู้ใหญ่ อิอิอิ ทานเสร็จคุณลุงคุณป้าก็พาไปทัวร์รอบ จปร. ซะรอบเลย อะโห พื้นที่กว้างใหญ่สุดสุด มีทั้งโซนการทหาร วิชาการ และนันทนาการ และที่สำคัญมีกิจกรรมน่าสนใจตั้งเยอะ มีทั้งทั้งโดดหอ สอนโรยตัวลงจากผนัง ยิงปืนสั้น/ยาว เพ้นท์บอล พายเรือแคนู ฯลฯ ทริปหน้า ก่อนไอ้เต้ยกลับไปเรียนอังกฤษ ต้องรวบรวมสมัครพรรคพวกมาตะลุย จปร. กันซะละ อยากเล่นเพ้นท์บอลกับยิงปืนวุ้ย ดูเวลาอีกที อะโห 11.30 แล้ว เลยต้องขออนุญาตลาคุณลุงคุณป้า กลัวจะไปไม่ทันหลวงพี่ฉันเพล แต่กว่าจะไปถึงวัดก็เที่ยงนิดๆละ เฮ้อ เซ็งอีกรอบ นั่งคุยกับหลวงพี่ซักพัก พวกเรามีโปรแกรมกันว่าจะไปเล่นน้ำตกกันต่อ ไม่สาริกาก็นางรอง หลวงพี่เลยบอกว่าที่วัดก็มีน้ำตกนะ อะโห อลังการ ที่วัดมีน้ำตกด้วยรึ โอเช จัดมาเลยหลวงพี่ เดี๋ยวพวกผมไปเปลี่ยนชุดก่อน รอแปร๊บ วัดป่าศรีถาวรนิมิตร น้ำตกเจ้าแม่กวนอิม (ที่ชื่อนี้เพราะทางวัดตั้งองค์เจ้าแม่กวนอิมไว้ที่ทางเข้าน้ำตก) ทางที่จะไปถึงน้ำตกนี่ป่าสุดๆ พอไปถึงน้ำตกแล้วป่ายิ่งกว่า เงียบมาก ไม่มีคนเลย เสร็จโจร บ่ายนี้แก๊งเรายึดน้ำตกเฟ้ย หลวงพี่บอกน้ำตกมีตั้งหลายชั้น แต่กว่าจะปีนไปแต่ละชั้นนี่วิบากมาก อะโธ่ กลัวที่ไหน หลวงพี่นำไปเลย ระวังสบงหลุดละกัน หินก็ลื่น +คม น้ำก็แรง ทางก็ชัน ต้นไม้+กิ่งไม้ก็เยอะ แถมฝนแม่งเสือกตกอีกตะหาก กว่าจะไปได้แต่ละชั้น หฤโหดจริงๆด้วย แล้วก็มาหยุดพักเหนื่อยที่ชั้น 3 ซึ่งหลวงพี่ตั้งชื่อว่า ชั้นจากุซซี่ เพราะจะมีแอ่งพักน้ำระหว่างชั้น 3 กับชั้น 4 มีความลึกขนาดหน้าอกแหนะ ไอ้ต้น ไอ้หนึ่ง ไอ้เต้ย ก็ลงเล่นด้วยความหนุกหนาน ไอ้ต้นเล็ก กะนู๋หยก นั่งบนโขดหินเอาขาจุ่มน้ำเฉยๆ ส่วนหลวงพี่ก็นั่งดูอยู่ไกลๆ เล่นไปได้ซักพัก นู๋หยกก็เหลือบไปดูกิ่งไม้ที่อยู่เหนือหัวพวกเราขึ้นไปประมาณครึ่งเมตร และแล้วก็กรี๊ดป่าแทบแตก กิจกรรมทั้งหมดหยุดนิ่งแล้วหันไปมองนู๋หยกเป็นตาเดียว นู๋หยกก็ค่อยๆชี้มือไปที่กิ่งไม้นั้นแล้วก็พูดเบาๆว่า “งู” สายตาทุกคู่ก็หันไปตามทิศทางที่นู๋หยกชี้บอก โดยเฉพาะเรา 3 คน ก็เงยหน้าเกือบ 90 องศาขึ้นไปมองบนกิ่งไม้กิ่งนั้น โอ้ว แม่เจ้า เอาละมึง งูเขียวหางไหม้ตัวเท่านิ้วโป้งตีน นอนขดหลบฝนอยู่บนกิ่งไม้เหนือหัวพวกเรา ในระยะที่เอื้อมมือถึงเลยเชียว ดีนะที่มันนอนขดอย่างเดียว ไม่เคลื่อนไหว แต่ส่งตาแป๋วมาเชียว พวกเราก็ค่อยๆย่องกลับมารวมตัวกัน ห่างจากมันประมาณ 3 เมตร ไอ้หนึ่งรับอาสาเก็บภาพความประทับใจ คว้ากล้องไปยืนบนโขดหินใกล้ๆมันละถ่ายรูปเก็บไว้ บรึ๋ย สยองวุ้ย ปกติ พวกเราไม่กลัวงูกันหรอก แต่ถ้าเป็นกรณีงูพิษนี่ ไม่ขอเล่นด้วยนะจ๊ะ ทางใครทางมันดีกว่า ความคิดที่ว่าจะปีนน้ำตกขึ้นไปเล่นให้ครบทุกชั้นมีอันต้องพับเก็บใส่กระเป๋า ว่าแล้วก็มู๊ฟกลับไปชั้น 2 กันดีกว่า พอฝนซาไม่รู้ว่ามันจะโน้มตัวลงมาหาพวกเรารึป่าว อย่าอยู่รอมันเลย ไปกันเถอะ ไอ้หนึ่งเดินเลี่ยงมาเป็นคนสุดท้าย เสือกปาหินไปใส่มันซะงั้น มันเลยคลายตัวละเลื้อยขึ้นไปบนกิ่งไม้ อะโห ตัวยาวเกือบวาแหนะ หางดำปี๋เลย เล่นน้ำอีกซักพักก็กลับวัด เหนื่อยโคตรๆ ทั้งปีนขึ้นปีนลงเนี่ย ดีนะที่ไม่มีใครได้แผล อ่อ ไอ้เต้ยเตะหิน เล้บนิ้วก้อยเปิดอยู่คนเดียว นอกนั้น ฉลุย อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ร่ำลาหลวงพี่ แล้วก็ดิ่งกลับ กทม กันเลย เป็นทริปที่สนุก + ตื่นเต้นมากๆ - ทริปนี้ No alcohol กรี๊ดๆ เป็นไปได้ (กะว่าจะไปกินริมน้ำตก แต่เสือกเล่นน้ำตกในวัด อดแดกกันไปตามระเบียบ) - ไอ้เอแดกเจอีก 10 วัน ชิบหาย แล้วกูจะแดกเหล้ากับใครได้เนี่ย กรี๊ดๆ 30 septembre เพื่อนสนิทโย่วๆ ไอ้ต้นมาแว้ว หลังจากที่หายไปซะหลายวัน เพราะไปขลุกอยู่ที่ห้องไอ้เอ พึ่งจะเข้าบ้านเมื่อคืนนี่เอง
เมื่อวันพุธโชคดีสุดซู๊ด ได้ตั๋วฟรี 2 ใบเรื่อง เพื่อนสนิท จาก UBC ไปดูที่ The Mall บางกะปิ รอบ 2 ทุ่ม
ปกติถ้าได้ตั๋วหนังฟรีจาก UBC ก็จะไปดูกับนู๋ตาน แต่ตอนนี้นู๋ตานหนีไปอยู่ Texas ซะแล้ว เอาล่ะสิ กูจะไปดูกะใครดีเนี่ย
กริ๊งกร๊างหาสมัครพรรคพวก แม่งเอ๊ย ไม่มีใครว่างซักกะตัว บางคนก็บอกว่าจะไปดูกับแฟน ไรวะ กับกูนี่มึงดูฟรีนะโว้ย
ถามไอ้เอมันก็บอกมีธุระ กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบ 3 ทุ่ม ไม่ทันดูหนังแน่ๆ ชิ ชะ เชอะ กูไปดูคนเดียวก็ได้วะ
ไปถึง The Mall ตอนทุ่มนิดๆก็ไปรับบัตร จากนั้นก็โต๋เต๋ไปเรื่อยมะรู้จะเดินไปไหน ปวดขี้ก็ปวด เวรจริงกู
เลยมาหยุดอยู่หน้าร้านขาย CD เค้าบันทึกการแสดงของวง เปิดโปงลางสะออน แม่งโคตรฮา ยืนยิ้ม ยืนขำ อยู่คนเดียว
รอบข้างก็มีคนยืนดูด้วยเยอะแยะ แต่ส่วนมากก็มาเป็นคู่ เค้าก็ขำละหันไปซุบซิบ "ขำดีนะเธอ / ดูเค้าทำท่าสิตัวเอง"
ไอ้ต้นมองซ้ายมองขวา แล้วกูจะแบ่งปันความฮากับใครได้มั่งวะเนี่ย ไม่มีสาวๆขาวๆอวบๆมายืนใกล้ๆมั่งเลยวุ้ย จะได้เกี่ยวไปดูหนังด้วยซะเลย
พอถึงเวลาก็เดินเข้าไปในโรงหนัง ได้ที่นั่งแถวกลางๆเกือบริมสุด(J15 J16) ดีวุ้ยนั่งริมๆลุกสะดวก เผื่ออั้นขี้ไม่ไหวจะได้เผ่นได้ง่ายๆ
ระหว่างที่รอหนังฉาย คนก็ทยอยๆกันเข้ามา แม่งเอ๊ย มากันเป็นคู่ๆทั้งนั้นเลย ไม่เห็นมีสาวน้อยหน้ามนมาดูคนเดียวเหมือนกูมั่งรึไงวะเนี่ย
นั่งมองคู่นั้นคู่นี้เดินหาที่นั่งของตัวเอง และแล้วที่นั่งคู่ซ้ายของไอ้ต้น(J13 J14)ก็มี 2 หนุ่มมาจับจอง อ่า ขอให้คู่ขวามากันสองสาวเถอะ สาธุ
ซักพักคู่ขวาก็มานั่ง แต่เป็นคู่รักนักศึกษา เดินจูงมือกันมาเชียว พอนั่งปุ๊บก็เกิดอาการโรคหัวแม่เหล็ก คือนั่งพิงหัวซบกันจนจะยัดเข้ารูหูของอีกคนละ
เท่านั้นยังไม่พอ ฝ่ายหญิงดันเกิดอาการง่อยแดกกระทันหัน สังเกตได้จากการที่เธอไร้ซึ่งความสามารถในการหยิบป๊อบคอร์นทาน ต้องให้ฝ่ายชายป้อนตลอด
โอย อิจฉาขอบตาร้อนผ่าว มึงไปสวีทกันไกลๆกูได้มั้ยเนี่ย คนยิ่งเปลี่ยวๆอยู่ เดี๋ยวปั๊ดตดให้แม่งหมดอารมณ์หวานเลย ยิ่งปวดขี้ๆอยู่
หนังเริ่มฉายพอดี ไม่มีตัวอย่างหนังให้ดูด้วย ยืนเคารพในหลวงเสร็จก็เริ่มเรื่องเลย เออ ดีวุ้ย จะได้รีบดูรีบกลับ
อะโห สุดตีนครับพี่น้อง สนุกมากๆ ครบทุกอารมณ์ บทจะขำก็ขำจนปวดท้องขี้แทบเล็ด บทเศร้าก็เศร้าจนน้ำตาซึม
เป็นหนังที่ทำได้น่ารักมากๆ สถานที่ถ่ายทำก็สวย นักแสดงก็แสดงได้ดี อยากดูอีกรอบจัง ไว้หนังเข้าแล้วไปดูกันเถอะเพื่อนๆ
หนังยาวมาก รู้สึกจะ 2 ชั่วโมงเต็ม แต่ด้วยการดำเนินเรื่องที่ชวนติดตาม ก็ทำให้รู้สึกว่าไม่นานเลย
พอหนังเลิกก็กริ๊งกร๊างหาไอ้เอ เผื่อมีโปรแกรมไปไหนต่อ แล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะเอนั่งกินเหล้าอยู่ที่หน้าร้าน Minimart ใต้คอนโด
แถมเมียมันก็กินอยู่ด้วย แอบมา Surprise ไอ้เอถึงกรุงเทพอีกละ แต่รอบนี้ปอมันขี้เกียจเที่ยว เลยกินเหล้าอยู่ที่คอนโดดีกว่า
เกือบๆ 5 ทุ่มก็ไปถึงคอนโดไอ้เอ ในวงเหล้าก็มีมันกับเมีย ลูกจ้างของร้าน Minimart เพื่อนที่คอนโดอีก 2 คน ละก็พี่ยามที่มานั่งคุยด้วย
ตี 2 นิดๆ ขวดที่ 2 เกือบจะหมดแล้ว เจ้าของร้าน Minimart ก็กลับมาที่คอนโดพร้อมกับแฟนเค้า พวกเราเลยชวนเค้ามานั่งร่วมวงด้วย
ไปๆ มาๆ กะว่าขวด 2 หมดก็จะขึ้นห้องไปนอนแล้ว เจ้าของร้านใจดีบอกกินต่อเถอะ เดี๋ยวให้เหล้าอีก 1 ขวด โอ้ว เหล้าฟรีมีหรือจะ say no
หมดขวด 3 แต่ยังติดลม ไอ้ต้นเลยไปเอาแสงโสมมาอีกแบนนึง แต่กว่าจะกระเดือกหมดแบน โอย เกือบย้อนศรแหนะกู
ที่หมดสภาพจริงๆก็เมียไอ้เอ พอหมดแบนเท่านั้นแหละ คว้ากุญแจรถบอกจะไปเอาเสื้อผ้าละขึ้นนอนแล้ว ไอ้เอกับไอ้ต้นก็เลยต้องจรลี
ปอเปิดประตูรถ ก้มๆไปหยิบกระเป๋าเท่านั้นแหละ รีบปิดประตูรถ โก่งคอเป็นมังกรพ่นน้ำเลย แม่งเอ๊ย อ้วกออกมาเยอะโคตร เพื่อนสะใภ้กู
ไอ้ต้นก็ใช่ว่าสภาพดี เดินเป๋ไปเป๋มา ขึ้นห้องไอ้เอปุ๊บทิ้งสัมภาระโดดไปนอนที่โซฟาเลย ให้สองผัวเมียเข้าไปนอนในห้อง
โอย เมาชิบหาย แดกไปได้ไงวะ 3 ขวดกับอีก 1 แบน ความรู้สึกสุดท้ายคือหันไปมองนาฬิกา อะโห อีก 5 นาที 6 โมงเช้า แล้วก็น๊อคในบัดดล
26 septembre 1 ปีผ่านไปคุณเคยเสียเพื่อนสนิทของคุณไปมั้ย คุณเคยคิดมั้ยว่าเพื่อนสนิทของคุณ จะจากคุณไปในเวลาที่คุณคาดไม่ถึง คุณเคยคิดมั้ย ว่าเพื่อนในกลุ่มของคุณ ที่นั่งดื่มเหล้าอยู่ด้วยกัน เมื่อแยกย้ายกันกลับบ้าน ช่วงเวลานั้น จะเป็นเวลาสุดท้าย ที่คุณจะได้พูดคุย หยอกเย้า และร่วมสนุกสานเฮฮาด้วยกัน ตอนนี้ เพื่อนสนิทคนนึงของพวกเรา “อ้น” ได้จากพวกเราไปแล้ว ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ จะด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ จะด้วยความประมาท รึจะด้วยสาเหตุใดก็แล้วแต่ แต่อ้นก็ได้จากไปแล้วอย่างไม่มีวันหวนกลับ ในกลุ่มของพวกเรา จะมีเพื่อนที่ชื่อคล้ายๆ กันอยู่ 5 คน อ้น ต้น โต๊ค โอ๊ค โอ๊ต ซึ่งถ้าอยู่รวมกันเมื่อไร จะต้องมีใครเรียกชื่อคนใดคนหนึ่งสลับกันเป็นประจำ ซึ่งทุกครั้งก็จะเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเพื่อนในกลุ่มได้ตลอด แต่วันนี้ ไม่มีอ้นในกลุ่มของพวกเราแล้ว รอยยิ้มและเสียงหัวเราะคงจะขาดหายไปเยอะ เพราะต่อไปนี้คงไม่มีใครเรียกชื่อของ ไอ้ต้นกับไอ้อ้น สลับกันอีกแล้ว อ้นจะเป็นคนขี้เล่น สนุกสนาน ชอบแกล้ง ชอบแซว ชอบแหย่เพื่อนๆ และที่สำคัญ อ้นเป็นคนปากไว ชอบติ ชอบค้าน เพื่อนซื้ออะไรมา รึทำอะไรซักอย่าง ไม่ว่าจะดีรึไม่ดี ไอ้อ้นก็จะติไว้ก่อน แต่ในบางครั้งพอเวลาผ่านไปซักพัก มันก็จะเออออ เห็นดีเห็นงามด้วย จนพวกเราให้ฉายามันว่า “ไอ้ประชาธิปัตย์” และหลายๆครั้งที่มันติ จะมีเสียงคนใดคนหนึ่งพูดสวนกลับไปว่า “มึงอยู่ประชาธิปัตย์ปะเนี่ย ค้านกูจังง่ะ” 1 ปีแล้วหรอวะเนี่ยไอ้อ้น ที่มึงหนีพวกกูไป แม่งใจร้ายว่ะ ไม่มาหา ไม่มาเยี่ยมเพื่อนมั่ง พวกกูทุกคนคิดถึงมึงนะเว้ย เฮ้อ!!! นี่แหละชีวิต เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมั่ง ไม่รู้ว่าเวลาของเราจะเหลือนานแค่ไหน ใช้เวลาแต่ละวันให้คุ้มค่าที่สุดก็แล้วกัน บอกรัก และแสดงออกซึ่งความรักกับคนรอบข้างของคุณ ก่อนที่คุณจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว
22 septembre กระฉูด & CaribbeanBloG วันนี้ไม่สดใส ไม่ร่าเริงนะฮะพี่น้อง เพราะนู๋ต้นอยู่ในโหมด เซ็ง + เบื่อ สุดซู๊ด
จอคอมเจ๊ง ต้องไปแฮ๊พจอคุณป๋ามาใช้ ถ้าคุณป๋าต้องใช้คอม ไอ้ต้นก็จำใจต้องยกไปคืน เฮ้อ กรรมของกูจริงๆ
มะวานแวะไปตะวันนา ไปถามไถ่อาการจอคอมกับร้านที่รับซ่อม เค้าก็บอกว่าสภาพเกินเยียวยา ซื้อใหม่คุ้มกว่าน้องเอ้ย ฮ่วย
sound card เจ๊ง คอมเป็นใบ้ ไม่ส่งเสียงกล้วยอะไรเลย อุเหม่ ทำไมต้องมาหมดอายุขัยพร้อมกันด้วยเนี่ย
หน้าบ้านน้ำท่วม เฮ้อ นี่กูทำเวรทำกรรมอะไรไว้นักหนาเนี่ย มีแต่เรื่องน่าปวดกะโหลก อะไรๆก็มะได้ดั่งใจเลยวุ้ย
นู๋เอก็ดันกลับระยองอีก กว่าจะกลับมาอีกทีก็เช้าวันอาทิตย์ ไอ้ต้นสลดเลย หัวเดียวกระเจี๊ยวลีบอีกละกู จะไปขลุกที่ห้องนู๋เอซะหน่อย ฟาวล์เลย
แต่ก็ยังดีที่ได้ไปบริหารตับมามั่ง ไม่งั้นไอ้ต้นเอ๋ย ลงแดงตายแน่ๆ
เมื่อวันเสาร์ ตอนแรกก็มี plan กันว่าจะไปเมาเหล้าที่บ้านนู๋ฟลุค แต่มีเหตุขัดข้องกระทันหัน เพราะนู๋ฟลุคติดธุระกระทันหัน เลยต้องงดซะก่อน
แต่บังเอิญที่นู๋เอและเพื่อนๆที่มหาลัยของนู๋เอเค้าจะไปกินเหล้ากัน อีกอย่างไอ้ต้นก็สนิทสนมรู้จักกับแก๊งนี้มาตั้งนานแล้ว เลยตามไปแจมด้วยเลย
เมื่อวันเสาร์ก็ฝนตกทั้งวัน จุดหมายคือร้าน Sharley เกษตร นวมินทร์ แต่ที่ร้านเสือกเต็มซะงั้น ข้างนอกก็ฝนสาด ไม่น่านั่งอย่างแรง
เลยเปลี่ยนใจไปเที่ยวร้าน กระฉูด ที่อยู่ไม่ไกลกันเท่าไร ร้านนี้ก็เคยแวะเวียนมาแล้ว บรรยากาศดี ดนตรีสดมันส์ ลองไปกันดูนะจ๊ะ
แต่ไปคราวนี้ไปกันเยอะ 10 คนแหนะ ข้างล่างไม่มีโต๊ะใหญ่ เลยต้องกระเด็นไปชั้น 2 โล่งโจ้งเชียว
แต่พอดึกๆคนก็ทยอยกันขึ้นมาจนเต็ม ทั้งดริ๊งทั้งแด๊นซ์ สนุกสนานมากมาย
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เมื่อวันอังคารนู๋ฟลุคเกิดคิดถึงเพื่อนขึ้นมาอีกแล้ว เลยโทรหานู๋เอชวนไปกินเหล้าที่ Caribbean เพราะมี Black เหลืออยู่ขวดครึ่ง โอเค จัดไป
พอใกล้จะถึงร้านนู๋ฟลุคก็โทรมาบอกว่าให้ไปจอดรถที่ร้าน Barong ที่อยู่ติดๆกัน เป็นร้านที่เปิดใหม่วันนี้วันแรก เข้ามานั่งเปิดซิงร้านซะหน่อย
พอเข้าไป อะโห ไม่มีคนเลย เพราะมีแต่นางฟ้าชุดขาวเดินไปเดินมา แม่เจ้าโว้ย กูรู้ละว่าคนสวยๆหุ่นดีๆมันหายไปไหนหมด มาทำงานนั่งดริ๊งค์นี่เอง
นู๋ฟลุคเปิด Black มาขวด นั่งโซฟาใหญ่หน้าเวทีเลย เพราะที่เหลือเป็นเคาเตอร์ที่มีแต่นางฟ้าชุดขาวนั่งเรียงกันเป็นแถว
ถ้าเกิดถูกใจคนไหนก็ไปนั่งข้างๆ เปิดเหล้า/เบียร์ ซื้อดริ๊งค์ให้ ละก็นั่งคุยกันไปเรื่อยๆเลย แหม เริดจริง
นักร้องบนเวทีก็เสียงเพราะมาก เพลงหลากหลายแนว นิค the star ก็มาร้องที่นี่ อ้วนจ้ำม่ำ น่ากอดเชียว เสียงโคตรเพราะเลยวุ้ย
นั่งฟังเพลงไป คุยกันไปได้เกือบชั่วโมง เรา 4 คน (ไอ้ต้น นู๋เอ นู๋ฟลุค นู๋สันต์) ก็มองหน้ากัน ไป Caribbean เหอะว่ะ จะกลับละเนี่ย
เลยฝากเหล้าละเดินทะลุไป Caribbean ที่อยู่ติดกัน Reception สาวสวยประจำตัวนู๋ฟลุคก็เดินมารับแล้วพาไปนั่งโต๊ะติดเวที อีกแล้ว
แต่กว่า coyote จะขึ้นเต้นก็อีกเกือบชั่วโมง (เต้นเกือบๆเที่ยงคืน) ละลากยาวเต้น non stop จนกว่าร้านจะปิด (ตี 2)
แหม ทำเลดีอีกแล้ว จะได้ดูนมเด้ง เอวร่อน ส่ายสะโพกแบบจะจะ เลือดกำเดาจะพุ่งอีกมั้ยเนี่ยกู อิอิ
แล้วสาว coyote ที่นี่สุดยอดมาก ติด top ten เลยทีเดียว กรี๊ดๆ ไม่ไหวแร๊น เมื่อไรจะเที่ยงคืนซะที
Reception สุดสวยก็มานั่งกินด้วยกันที่โต๊ะ ละเจ๊แกบ้าพลังมาก ชนหมดแก้ว ทุกรอบ โอย เมาว่ะ ตาลายโคตร
เมาๆ มึนๆ เจอนมเด้ง เอวร่อน สะโพกส่าย โอ้ว แม่เจ้า เมาเพิ่ม ไอ้ต้นมองหน้านู๋เอ เฮ้ย ไมไหวละว่ะ จะพุ่งละเนี่ย
นู๋ฟลุคบังคับให้ไปกินเหล้าต่อที่บ้านอีก บอกวันนี้ไม่สว่างไม่เลิก โอ้ว จอร์ช เห็นตับ เอ๊ย เห็นใจกูมั่งงงงงง
ซัดไปเหล้าเกือบหมด ร้านปิดซะก่อนไอ้ต้นกับนู๋เอก็หันไป บอกนู๋ฟลุคว่าเออ เดี๋ยวไปเจอกันบ้านมึง กูไปซื้อกับแกล้มก่อน
เดินมาถึงที่จอดรถเรา 2 คนก็ มองหน้ากัน ขออ้วกก่อนนะ และแล้วมหกรรมย้อนศรก็เกิดขึ้น อะโห น้ำพุ่งออกจากปากยังกะท่อแตก หมดพุงเลย
ซื้อกับแกล้มเสร็จก็ไปบ้านนู๋ฟลุค ไอ้ชิบหาย เอาสาเกมาให้แดกซะงั้น ละขวดที่เอามาก็ขนาด 2 ลิตร นี่มึงจะฆ่ากูชิมั้ยยยยย
จำใจกระดกกินด้วยความขมคอ ไม่ถูกปากอย่างแรงอะ ไม่ชอบเลย แต่นู๋เอกับนู๋ฟลุคบอกว่าอร่อย เออ ตามสบายมึง ลิ้นกูจะขาดละไอ้ชิบหาย
ซัดไปถึงตี 5 ครึ่ง ไม่ไหวแล้วว่ะ ไปนอนเถอะ อีกอย่างนู๋ฟลุคต้องเข้าไปสั่งงานที่โรงงาน เดี๋ยวจะตื่นไม่ไหว
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ช่วงนี้ก็งดโปรแกรมชั่วคราว เจอหน้าเพื่อนๆอีกทีก็วันอาทิตย์ เพราะจะต้องไปทำบุญครบรอบ 1 ปีที่พวกเราเสียเพื่อนสนิทในกลุ่มไป
แล้วเจอกันเด้อพี่น้อง จุ๊บๆ จ๊วบๆ แผลบๆ ทุกทั่น
เย็นวันศุกร์ เฮอริเคนลูกใหม่จะถล่ม Texas ซวยแล้วน้องกู มันจะรอดตายมั้ยเนี่ย ภาวนาสาธุรีบขนของหนีนะเว้ยไอ้อ้วน
ใครมี URL เพลง รักเธอทั้งหมดของหัวใจ ของพี่โจ้วงพอสมั่ง โพสไว้ให้นู๋ต้นทีนะค๊าฟ 17 septembre Route66 & Gotchaโย่วโย่ว สวัสดีครับมิตรรักแฟนเพลงทุกทั่น เป็นยังไงกันบ้างเอ่ยช่วงนี้ ฝนตกทุกวัน ดูแลสุขภาพกันด้วยเด้อ ไอ้ต้นก็หายหำไปซะนาน อันเนื่องมาจากจอคอมที่บ้านได้หมดอายุขัยลงแล้วโดยไม่ส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า อุเหม่ ฉะไหนเจ้าจึงใจร้ายกับหนุ่มน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูอย่างเราได้ ทำเอาเราไม่ได้แตะคอมไปตั้งสี่ซ้าห้าวัน ชิชะ บ่นมาก็มากขอเข้าเรื่องเลยดีกว่าเนอะ เดี๋ยวจะยาวไปกว่านี้ อิอิ เริ่มจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ฝนเจ้ากรรมดันตกลงมาห่าใหญ่ ทำเอาไอ้ต้นโดนกักบริเวณไปโดยปริยาย คอมก็เล่นไม่ได้ เวรหนอเวร อกอีแป้นจะแตกตาย ช่างน่าเบื่อซะนี่กระไร แต่เหมือนสวรรค์จะเห็นใจ 3 ทุ่มนิดๆนู๋เอก็โทรมาหา แว๊ฟแรกที่เห็นชื่อนู๋เอโทรมา ตับไอ้ต้นก็เต้นล่วงหน้าแล้ว สงสัยคืนนี้จะมีเฮแน่ๆ แล้วก็เป็นไปดังคาด นู๋เอโทรมาบอกให้สแตนด์บายให้พร้อม ประมาณ 4 ทุ่มจะมารับที่บ้าน เดี๋ยวไปเที่ยวกันดีกว่าคืนนี้ ไอ้เราก็งง อารมณ์ไหนของวันวะ ชวนไปเที่ยวเนี่ยนะ ถ้าออกไปหาเหล้ากินตามร้านลาบ ส้มตำ หยอดตู่คาราโอเกะร้องเพลงละ 5 บาทเหมือนอย่างเรื่องสายล่อฟ้าก็ว่าไปอย่าง ถามไปถามมา อ๋อ นู๋ปอภรรยาที่แสนจะขี้เมาของนู๋เอโผล่มาเซอร์ไพรส์ถึงกรุงเทพโดยไม่บอกล่วงหน้า มิน่าล่ะ ถึงจะไปเที่ยวกัน อาบน้ำทำจู๋หอมๆรอ แล้ว 4 ทุ่มนิดๆ คู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันก็มาจอดรถบีบแตรหน้าบ้าน โอเชแม๋น เล็ทสะโก ถามนู๋ปอนึกยังไงโผล่มากรุงเทพได้เนี่ย ก็ได้รับคำตอบว่า “กูมาจับผิดผัวกู เห็นมันไปแดกเหล้ากับมึงเกือบทุกวัน กูเปรี้ยวปากอยากแดกมั่ง เลยมากรุงเทพซะเลย” เออ ดีจริงเพื่อนสะใภ้กู ได้เรย อยากแดกนักชิมั้ย เดี๋ยวกูจัดให้ อิอิอิ ว่าแล้วก็ตรงดิ่งไปรูท66โลด รูทคนเยอะมากๆ ข้างล่างแน่นเอี๊ยด เลยต้องกระเด็นไปอยู่ชั้น 2 แต่ก็เหลือโต๊ะอยู่แต่ 2 ตัวเอง เกือบไม่มีที่นั่งละวุ้ย แล้วเจ๊ฝ้ายกับเจ๊กุ้งก็ตามมา อิอิอิ คอสุราทั้งนั้น สั่งเรดขวดลิตรมา 1 ขวด มิกเซอร์พร้อม ว่าแล้วจัดการซดโฮกให้สมกับความอยาก (ฝนตกพรำๆ บรรยากาศน่าร่ำสุราอีกตะหาก โฮะๆๆ) ผ่านไปชั่วโมงนิดๆ เที่ยงคืนครึ่งละ นู๋ปอเริ่มได้ที่แล้ว ลุกขึ้นแด๊นซ์คนแรกเลย เจ๊ฝ้ายกับเจ๊กุ้งก็ไม่ยอมแพ้ ลุกขึ้นตามมาติดๆ ตามสบายเลยสู กูกับไอ้เอขอนั่งดีกว่า แล้วก็มีเสียงกรี๊ดจากสาวๆชั่นล่าง อ๋อๆ มิน่าล่ะ ทำไมคนถึงได้เยอะ ไทยเทเนี่ยมมานี่เอง ดีเจอ้วนตุ๊ต๊ะมาเปิดแผ่น แล้วสมาชิกทั้งสามก็คว้าไมค์มาโย่วๆแจมไปด้วย เปิดเพลงมันส์มาก ยังงี้สิก๊งเหล้าอร่อย ทั้งดริ๊งค์ทั้งแด๊นซ์ โอย หัวใจจะวาย นี่กูแก่ขนาดนี้แล้วหรอเนี่ย ประมาณตี 1 ครึ่งเหล้าก็หมด แต่ละคนมองหน้ากัน ไม่สั่งดีกว่าเนอะ เมาแล้วล่ะ พอดีกว่า พอร้านปิด สาวๆก็แห่ไปที่บูธดีเจ ไปเข้าแถวขอลายเซ็นกันเพียบเลย แหม อิจฉาจริง ทำไมไม่มาขอลายเซ็นกูมั่งเนี่ย จะเซ็นให้ที่ขอบจีสติงเลย อิอิอิ พอขึ้นรถได้ นู๋ปอน๊อคเลย หลับคอเอียงน้ำลายยืดซะงั้น อะไรวะ ตะกี๊ยังสภาพดีอยู่เลย แต่ก็ดีละไม่อ้วก เลยพากันไปกินก๋วยเตี๋ยวใส่ไข่ โกบู๊รสซิ่งที่สุขา 1 อร่อยสุดยอด ลองไปกินกันนะจ๊ะ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
วันพุธฝนก็ยังกระหน่ำตกไม่หยุดไม่หย่อน หมู่บ้านไอ้ต้นน้ำท่วมซะงั้น ครึ่งหน้าแข้งแหนะ โอ้ว ไม่ดีนะจ๊ะ แล้วยังงี้นู๋ต้นจะออกไปแรดที่ไหนได้ยังไงเนี่ย สรุป นอนตายด้วยความเบื่อไปอีก 1 วัน
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วันพฤหัสก็เหมือนกัน นอนเบื่อจนจะเฉาตายอยู่แล้ว คราวนี้นู๋ฟลุคเป็นเทวดามาโปรด โทรมาหาตอน 6 โมงบอกให้สแตนด์บายรอ ทุ่มครึ่งจะไปรับ เดี๋ยวไปแรดกันคืนนี้ ถามจำนวนสมาชิก อะไรฟะ มีกัน 3 พระหน่อเองหรอ นู๋ฟลุค นู๋แตม ไอ้ต้น ส่วนนู๋เอโทรไปก็ไม่รับโทรสับ จึ๊กกะดึ๋ยกับนู๋ปออยู่หรืออย่างไรเนี่ย เอาวะ ว่างแล้วมันคงโทรกลับเองแหละ ถามนู๋ฟลุคว่าจะไปไหน ก็ได้ความว่า เหล้าที่ Gotcha ยังเหลืออีกขวดนิดๆ ไปซัดให้หมดดีกว่า เดี๋ยวปลายเดือนมันงานเยอะ ไม่มีเวลาเที่ยว เลยตกลงโอเค แต่มึงมารับกูด้วยนะ บ้านกูน้ำท่วมครึ่งแข้ง ออกไปไหนไม่รอด พอนู๋ฟลุคมารับก็แวะไปหาข้าวทนกันก่อน กว่าจะไปถึง Gotcha ก็ 4 ทุ่มละ คนไม่เยอะเท่าไร เพราะฝนก็ยังคงตกไม่หยุด แม่งเอ๊ย จะตกไปถึงไหนวะเนี่ย เลือกโต๊ะติดเวที เพราะตั้งใจจะมาดูสาว Coyote อิอิอิ ร้านนี้แต่ละคนก็ถือว่าใช้ได้ ที่สำคัญ เด็กนู๋ฟลุคคนนึงก็เต้นอยู่ที่นี่ น่ารัก หุ่นดี ขาวอึ๋มสะบึมโจ๊ะมาก ซี๊ด น้ำลายหกเลยกู นั่งก๊งเหล้าไป ตาก็ดูสาวๆ ส่ายเอว ส่ายสะโพก โยกนมเด้งดึ๋ง อู๊ย เลือดกำเดาจะกระฉูด มองไปรอบๆ สายตาแต่ละคนนี่หื่นมากมาย สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัว ถ้าเปลี่ยนจากการมองเป็นหมัดเท้าเข่าศอกละก็ น้องๆแต่ละคนนี่น่วมจนถึงขั้นปางตายแน่ๆ กินกัน 3 คน กว่าเหล้าจะหมด โอย เหนื่อยเลย เมาชิบหาย นู๋ฟลุคไม่ไปส่งที่บ้านอีก เพราะจะพาน้องกลับบ้านด้วย ชิชะเชอะ ใช่สิ กูมันไม่มี Jim นี่ นั่งแทกซี่กลับก็ได้วุ้ย แต่ก็มีนัดไปกินเหล้าโต้รุ่งบ้านนู๋ฟลุคอีกในวันเสาร์ (วันนี้แหละ) ไม่รู้จะหมดสภาพเหมือนคราวที่แล้วรึเปล่า ยังไงจะมาเล่าสู่กันฟังนะจ๊ะ ปล.เมาแม่งวันเว้นวันเลยวุ้ย สุขสันต์หรรษาจริงๆ ปล.ได้ข่าวว่าพายุลูกใหม่มาแล้ว ฝนตกหนักอีกแน่ๆเลย ดูแลสุขภาพกันด้วยนะจ๊ะ
ใส่ Code MSN ก็แล้ว เครื่องหมายถูกใน Privacy ก็เอาออกแล้ว ทำไมมันเป็นยังงี้เนี่ย ใครรู้ช่วยบอกนู๋ที
12 septembre เมาอีกแว้วแหะๆ มะคืนนู๋ต้นไปเมามาอีกแว้ว หลังจากที่นั่งเบื่ออยู่บ้านมาตั้งหลายวัน ในที่สุดสวรรค์ก็ทรงโปรด ฮิฮิ้ว ตอนแรกก็ตั้งใจไว้ว่าจะไปจตุจักร เพราะมะวานนี้อากาศดีเหลือเกิน เมฆเยอะ ฟ้าครึ้มๆ แต่ไม่มีวี่แววว่าฝนจะตก แต่พอช่วงบ่ายดันเจอเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ ไอ้ต้นเลยเกิดอาการเซ็งแดกขึ้นมาซะงั้น ไม่ไปแม่งละวุ้ย ก็เลยนั่งเซ็ง นั่งเบื่อ ดูทีวีอยู่ที่บ้าน นั่งกดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยจนรีโมตจะเจ๊งอยู่ละ พอ 5 โมงก่าๆ ก็ได้ฤกษ์ไปช็อปปิ้งที่ตลาดนัดท้ายซอย ไปซื้อหมู ไข่ ผัก กับข้าว มาเป็นเสบียงหน่อย อิอิอิ พ่อบ้านพ่อเรือนจริ๊ง ได้ต้มจืดมะระยัดไส้ กับปลาซาบะย่าง โฮะๆๆ รอดตายไปอีกมื้อ แถมด้วยยำรวมมิตรทะเลกับยำมาม่า เอามาเป็นกับแกล้มก๊งเบียร์ดูบอลคืนนี้ พอมาถึงบ้านก็จัดแจงหุงข้าว แล้วก็ซัดซะพุงกางเลย โอย อิ่มโคตร คืนนี้จะแดกเบียร์ไหวมะเนี่ย อุตส่าห์ซื้อมาตุนไว้ตั้งหลายขวด กำลังนั่งแคะขี้ฟันดูทีวีตาจะหลับมิหลับแหล่ และแล้วสวรรค์ก็ส่งเทวดามาช่วยชีวิตนู๋ต้น เสียงโทรสับที่รอคอยมานานก็ดังขึ้นซะที นู๋เอนี่เอง มันต้องโทรมาชวนไปแดกเหล้าแน่เลย แล้วก็จริงดังคาด กรี๊ดๆ ได้ออกไปแรดซะที อุดอู้อยู่บ้านจนสิวขึ้นตูดหมดละ จุดหมายคือหลังจันทรเกษม ร้านครัวแม่ไทรทอง ร้านประจำของนู๋โต๊ค เพราะเหล้าที่นี่ถูกมากมาย 100Pipers ขวดละ 200 เอง มิกเซอร์ก็อย่างละ 15 บาท กับข้าวก็ราคาถูก แถมยังอร่อยอีกตะหาก มีดนตรีสดเล่นให้ฟัง ต่อไปต้องเป็นร้านประจำของพวกเราแน่ๆ แต่ก็มีช็อตฮาตอนที่สั่งกับข้าว นู๋เอสั่ง ต้มแซบเนื้อ หอนแครงลวก แล้วก็ผัดกระเพราหมูสับไข่ดาวราดข้าว (นู๋เอยังมะได้ทานข้าว) พอเค้ามาเสิร์ฟ ดันเอาข้าวกระเพรามู๋สับมา 3 จาน ไข่ดาว 3 ฟอง ต้นแซบเนื้อ 1 ชาม และ ไข่ลวก 1 ฟอง พวกเรา 3 คนมองหน้ากันด้วยความงง เฮ้ย ทำไมมาเยอะจังวะ เลยไปถามคนเสิร์ฟ สรุปเด็กที่รับออร์เดอร์เสือกจดผิด เวรจริงๆ แล้วหอยแครงลวกมันฟังยังไงเป็นไข่ลวกวะเนี่ย แล้วใครมันจะสั่งไข่ลวกมาแดกกับเหล้าวะ แดกกับกาแฟตอนเช้าก็ว่าไปอย่าง โอ้ว จอร์จ เชื่อเขาเลย เลยเอาข้าวคืนซะ 2 จาน พร้อมกับไข่ลวกฟองนั้น ฮ่าฮ่าฮ่า ให้แดกไข่ลวกกับเหล้า กูจะโด๊ปเกินไปมั้ยเนี่ย กว่าเหล้าจะหมดก็ปาเข้าไปเกือบ 5 ทุ่ม แต่ละคนตาเริ่มเยิ้ม เอาไงดีวะ เปลี่ยนบรรยากาศดีกว่า ว่าแล้วก็เช็คบิล ตรงดิ่งไปรัชดาซอย4 จอดรถเสร็จสรรพก็ตรงดิ่งไปร้าน SNOP ระหว่างทางก็ผ่านร้าน RAD ด้วยความเมา นู๋ต้นเลยส่งยิ้มให้สามสาวที่เต้นอยู่ริมกระจก อะโห ยิ้มตอบด้วยเว้ย เลยไปสะกิดนู๋เอกะนู๋โต๊คแล้วบอกว่า “เปลี่ยนมาเป็นร้านแรดมั้ย กูว่ากูหาโต๊ะให้พวกเราได้แล้วล่ะ สนป่าวๆ” นู๋เอกับนู๋โต๊คมองหน้ากัน แล้วก็ส่ายหน้า บอกไม่ชอบเพลงร้านแรด ไปร้าน SNOP ดีกว่า หูย วัยทองเซ็งเลย ไปถึง SNOP ก็สั่งไฮเนเก้นขวดใหญ่มา 3 ขวด เพราะดูๆแล้วถ้าสั่งเหล้านี่ไม่ไหวแน่ๆ แดกไปมีพุ่งชัวร์เลย ซัดเบียร์กันดีก่า ประหยัดอีกตะหาก ด้วยความเมา ต่างคนก็ต่างแด๊นซ์กันแบบไม่ลืมหูลืมตา โอย เมาชิบหาย แดกเหล้าแล้วตบด้วยเบียร์นี่เมาเอาเรื่องดีจริงๆ กว่าร้านจะปิด แต่ละคนเหงื่อท่วมยังกะไปฟิตเนสมา ทั้งเมาทั้งเหนื่อย เดินเป๋ซ้ายเป๋ขวา กว่าจะถึงรถนู๋เอ โอย ทรมานโคตร ดีนะรถนู๋เอคันใหญ่ Mazda Tribute นั่ง/นอนสบาย ขึ้นรถได้นู๋ต้นก็ไม่สนใจอะไรละ กูขอหลับแปร๊บนึงนะ ถึงบ้านกูก็ปลุกกูด้วย ถึงบ้านก็ตี 2 ครึ่งมั้ง น้ำท่าไม่อาบละวุ้ย เมาขนาดนี้ หกล้มตายห่าในห้องน้ำแน่ๆ เปลี่ยนเสื้อผ้าโดดขึ้นเตียงนอนโลด หลังจากวันนี้ก็มะรู้จะมีกิจกรรมอีกเมื่อไร แต่แว่วข่าวจากนู๋โต๊คมาว่า วันอาทิตย์ที่ 18 นี้ Thaitanium จะมาข้าวสาร อาจจะไปโย่วๆ ที่นั่นก็ได้ ขอจบรายการเมาไว้แต่เพียงเท่านี้ จุ๊บๆ จ๊วบๆ แผลบๆ ทุกทั่นฮะ ปล1. ไม่มี Layout แบบที่ข้างบนแบ่งเป็น 2 ช่องรึไงเนี่ย จะได้เอาภาพ กับ Media Player มาติดกัน ปล2. ใครรู้วิธีทำให้ภาพไอ้ขี้เมามันขยับมาอยู่ตรงกลางมั่งอะคร๊าฟ ช่วยบอกที มันไม่บาลานซ์เลยง่า 10 septembre ฮิ้วๆหวัดดีคร๊าฟพี่น้อง ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นไงกันมั่ง เรียน/ทำงาน กันเหนื่อยกายเหนื่อยใจรึปาว
แล้วเสาร์อาทิตย์นี้มีโปรแกรมไปพักผ่อนปล่อยแก่กันที่ไหนมั่งเอ่ย เล่าสู่กันฟังมั่งนะจ๊ะ
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นู๋ต้นและผองเพื่อนอีก 3 ชีวิตได้ไปปล่อยแก่ที่ร้าน บุหงา อตก ซัดเหล้าไปกลมครึ่ง โอ้วแม่เจ้า เมาเหี้ยๆเลย
ขากลับแวะไปส่งเพื่อนที่โชคชัย4 เลยแวะกินโจ๊ก+ก๋วยจั๊บหน้ากองปราบซะเลย สรุปคืนนั้น หมดไปคนละเกือบ 500 กระเป๋าแฟบกันไป
วันอังคารนู๋เต้ยโทรมาหาตั้งแต่เที่ยงจะชวนไปเดินเล่นที่สยาม แล้วก็ไปซื้อหนังสือที่ศูนย์หนังสือจุฬา แม่งเอ๊ย ยังแฮ้งอยู่เลยกู ไปก็ไปวะ
พอไปถึงสยามก็แทบจะหายแฮ้งเป็นปลิดทิ้ง เพราะสาวๆแต่ละคน ทั้งสวย ทั้งขาว โอ้ว แม่เจ้าโว้ย เลือดกำเดาแทบกระฉูด ละลานตาไปหมดเลย
ออกจากสยามตอนทุ่มครึ่งแล้วตรงดิ่งไปดอนเมือง เพราะนู๋เต้ยต้องไปรับป๊ะป๋า นู๋ต้นว่างๆเลยขอติดรถไปด้วยเลย
พอรับป๊ะป๋าเสร็จก็นึกว่าจะแยกย้ายกลับบ้าน แต่นี่ป๊ะป๋าบอกต้องไปเคลียร์งานที่ขลบุรีก่อน เลยหันมาถามนู๋ต้นว่า "ไปเที่ยวบางแสนกับเต้ยมั้ยต้น"
ไอ้เราก็นิ่งไปซักพัก เอาไงดีวะ "โอเชเลยพ่อ แต่ขอแวะไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านก่อนนะ" นู๋เต้ยยิ้มเลย มีเพื่อนนั่งก๊งเหล้าละเฟ้ย
ไปถึงชลบุรีประมาณ 5 ทุ่ม แวะทานข้าวต้มกันซะ 1 อิ่ม จากนั้นนู๋เต้ยก็แวะส่งป๊ะป๋าที่บ้าน โฮะๆๆๆ ไปตะแล๊ดแต๊ดแต๋ที่ไหนดีหว่า
นั่งมองหน้ากันในรถ จะเข้าผับก็ไม่ไหวนะ 5ทุ่มครึ่งแร๊น มีกัน 2 คนอีกตะหาก จะแดกเหล้านี่คงไม่ไหว เลยตัดสินใจแวะซื้อเบียร์ไปนั่งชิวชิวริมหาดบางแสนดีกว่า
ลมพัดเย็นสบาย คนไม่พลุกพล่าน แต่เสี่ยวบ้านนอกมีเยอะโคตร ไอ้พวกแต่งรถสไตล์ลาวๆ แล้วเปิดกระจก เปิดเพลงดังๆ อยากรู้จริงๆ มันแท่ห์ตรงไหนวะเนี่ย
นั่งก๊งเบียร์กันถึงตี 2 โอย พริ้มโคตร อากาศน่านอนชิบหาย กลับไปตายรังกันเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้านู๋เต้ยต้องไปส่งป๊ะป๋าที่ทำงานอีก มู๊ฟ
ตื่นมาเที่ยง อาบน้ำเปลี่ยนชุด ออกไปหาก๊ะเตี๋ยวทานกัน จากนั้นก็ไปตระเวนดูน้องๆนักศึกษาที่ ม.บูรพา + เกษตรศรีราชา โอ้ว ทั้งแจ่ม ทั้งเนียนทั้งนั้นเลยน้องจ๋า
กะจะไป ม.ศรีปทุมอีกที่ แต่เวลาไม่เอื้ออำนวย ป๊ะป๋าโทรมาตามซะก่อน หูย วัยทองเซ็งอย่างแรง กะจะเก็บของดีไว้ท้ายสุดซะหน่อย พลาดเลย
เย็นนั้น ก็โปรแกรมเดิม นั่งชิวชิวริมหาดบางแสนอีกเหมือนเดิม อากาศดีเชียว นู๋เต้ยบอกสมัยเรียนที่เกษตรศรีราชา เกือบทุกคืนก็จะมานั่งกินเบียร์กับเพื่อนๆที่นี่แหละ
แหม ถ้ากูรู้นะว่ามันบรรยากาศดียังงี้ กูเลือกเกษตรศรีราชาตอนสมัครเอนท์ก็ดีหรอก เผื่อจะมีลุ้นเอนท์ติดกะเค้ามั่ง
ตอนเที่ยงๆ บ่ายๆ ของวันพฤหัสก็บึ่งรถกลับกรุงเทพ แต่นู๋เต้ยกับป๊ะป๋าเลยไปสิงห์บุรีกันเลย เพราะต้องไปทำธุรนะที่นั่นกันต่อ บ๊ายบายมายเฟรนด์ ซียูเลเตอร์เด้อ
นั่งเหงาอยู่บ้านอีก 3 วัน เฮ้อ วันพรุ่งนี้ขออย่าให้ฝนตกเลย ขอให้เมฆครึ้มๆ อากาศไม่อบอ้าว สาธุๆ เพราะนู๋ต้นจะไปตะลอนทัวร์จตุจักรอีกแร๊น
มีใครสนใจจะไปตะลอนทัวร์กะนู๋ต้นมั่ง บอกกล่าวกันด้วยเน่อ เผื่อจะไปเดินดูสาวๆกันที่ JJ ฮิฮิ้ว 5 septembre สุดสัปดาห์ฮาเฮโย่วๆ หวัดดีครับพี่น้อง เสาร์ อาทิตย์ ที่ผ่านมาเป็นไงกันมั่ง มีอะไรหนุกหนานน่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังมั่งอ๊ะป่าว
สำหรับนู๋ต้นก็ไม่พ้นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับของมึนเมาอีกเช่นเคย โฮะๆๆๆ
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานู๋เอได้แวะมาหาที่บ้านตั้งแต่ช่วงบ่าย เอารายงานมาให้ช่วยพิมพ์ + ทำ power Point โอเช จัดไป
กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบ 5 โมงเย็น เอาไงดีหว่าวันนี้ นู๋เอมีเรียนเลิก 2 ทุ่มกว่าๆ จะมีโปรแกรมไปไหนกันดีเรา
นู๋เอก็บอกว่า "งั้นอาบน้ำแต่งตัวไปเรียนกะกูเลยละกัน เลิกเรียนละค่อยว่ากัน เดี๋ยวกูหาสมาชิกเอง" อู๊ย น่ารักจริงๆเพื่อนชั้น
สรุปคืนนั้นได้สมาชิกมา 2 พระหน่อ นู๋บอล และ พี่พัฒน์
จากสวนดุสิต ตอนแรกก็เล็งๆกันไว้ว่าจะไปตะลุยข้าวสาร เลย SMS ไปดักนู๋กุ๊กไว้ จะได้ให้นัดน้องๆน่ารัดไว้รอรับนู๋ต้น อิอิอิ
แต่ฝนดันตกซะนี่ รู้สึกว่าสถานที่จะไม่เอื้ออำนวย เลยเปลี่ยนใจไปก๊งกันที่ Coco Walk สะพานหัวช้างแทน
ร้านนี้กันเองดีมาก เพราะเพื่อนนู๋เอเค้าซี๊กับเจ้าของร้าน แล้ววันนี้บังเอิญมาจัดงานวันเกิดกันซะด้วย เลยครึกครื้นกันใหญ่
ไปถึงร้านเกือบๆ 3 ทุ่ม นู๋ต้น นู๋เอ นู๋บอล และพี่พัฒน์ สตาร์ทด้วยแสงโสม 1 กลม นั่งก๊งไปดูบอล Wales - Eng ไปด้วย เพลินเชียว
ประมาณ 4ทุ่ม นู๋กุ๊กก็มาถึง เลยจัดแจงริน+ชงให้เลย 1 แก้ว โอ๊ะโอว พึ่งจะรู้ว่าเป็นครั้งแรกที่นู๋กุ๊กลิ้มรสแสงโสม ต๊าย ไฮโซนะยะ บาดคอมั้ยนั่น
5 ทุ่ม เหล้าหมด แต่ความอยากยังล้นปรี่ ไปต่อไหนกันดีเอาแบบมีหญิงแด๊นซ์ๆด้วยน่ะ คิดไปคิดมา RCA ละกัน เพราะปิดตี 2 โอเค มู๊ฟ
Slim เต็ม Route66 เต็ม นู๋เอแนะนำว่าร้าน Drift ที่อยู่ติดกับ Route66 ก็แจ่มนะ ลองเข้าไปกันมั้ย ปะๆ เดี๋ยวจะดึกไปกว่านี้
สั่ง Red Label มา 1 ขวดแล้วพวกเราก็ดริ๊งค์&แด๊นซ์กันไปเรื่อยด้วยความเมามันส์ และแล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้กร่อยกันหมดโต๊ะ
คือในแต่ละโซนจะมีการ์ดของร้านไปยืนคอยดูแลอยู่เป็นจุดๆ แล้วบังเอิญที่ใกล้ๆโต๊ะพวกเราก็มีการ์ดตัวเท่าควายมายืนอยู่ใกล้ๆ
เป็นจังหวะที่การ์ดคนนั้นเค้าเอายาดมขึ้นมาดม แล้วนู๋บอลหันไปเห็นพอดี เลยขอเอามาดมมั่ง พอเค้ายื่นมาให้นู๋บอลก็เปิดฝายาดมด้านที่เป็นน้ำออกมาเทใส่ฝ่ามือ
นู๋ต้นเห็นแว๊บๆก็เลยยื่นมือไปขอมั่ง นู่บอลก็เลยเทมาให้ แต่ไม่รู้เกิดอีท่าไหนมันทะลักพรวดเดียวออกมาหมดทั้งกะเปาะเลย
การ์ดจัญไรตัวนั้นด้วยความที่โมโห + ไร้สามัญสำนึก เกิดอาการหวงยาดมหลอดละ 15 บาทจนเลือดขึ้นหน้า กระชากนู๋บอลออกไปจากร้านด้วยเหตุผลที่ว่า ทำไมน้องต้องเทยาดมพี่ออกมาหมดด้วย?
โอ้ว คุณพระ เพียงแค่ยาดมหลอดละ 15 บาท ทำไมไอ้การ์ดหัวฆวยคนนี้ต้องตีโพยตีพายขนาดนั้นด้วย มันมีคุณค่าทางจิตใจกับมึงมากเสมือนหนึ่งว่าได้รับมาจากกระหรี่คลองหลอดขาประจำของมึงชิมั้ย
พวกเราพยายามอธิบายเหตุผลพร้อมทั้งบอกว่าจะซื้อคืนให้ ไอ้การ์ดจัญไรนั่นมันก็ไม่ยอมรับฟัง นู๋บอลเหลือบไปเห็นเจ้าของร้านพอดีเลยเดินดุ่มๆเข้าไปคุย + อธิบายเหตุผล
แต่ก็อย่างว่าแหละ คนของเค้า เค้าก็ต้องดูแลนิดนึง เลยขอโทษขอโพยพร้อมทั้งบอกว่า พี่เป็นคนบอกการ์ดเองแหละว่าให้จัดการเต็มที่ถ้ามีเหตุการณ์ที่ไม่ปกติเกิดขึ้น
โฮะๆ วิจารณญาณในการแยกแยะเหตุการณ์ปกติกับไม่ปกตินี่มันน่าจะมีสมอง+ปัญญาในการแยกแยะนะ รึว่าไอ้การ์ดจัญไรตัวนี้มันไม่มีความคิดลึกซึ้งขนาดนั้นหว่า
เพียงแค่คุณเผลอเทยาดมของการ์ดออกมาจนหมด แล้วเค้าจัดคุณให้อยู่ในประเภทก่อให้เกิดเหตุการณ์ไม่ปกตินี่ ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วว่ะ
วันนั้นเลยกลับบ้านด้วยคามเซ็งสุดขีด แม่งเอ๊ย ร้าน Drift กูไม่เข้าแม่งละ เหี้ยยยยยยยยยยยย
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เมื่อวันอาทิตย์ก็ตื่นมาด้วยความเบลอ + เอ๋อ เพราะมะคืนวันเสาร์เมานิดๆ ตื่นมาเพราะนู๋เต้ยโทรมาชวนไปเดินจตุจักร โอเค ไปก็ได้วะ กะลังเบื่อๆพอดี
เกือบๆ 2 โมงนู๋เต้นก็มารับที่บ้าน ระหว่างทางเลยคุยโน่นนี่จิปาถะ แล้วก็ได้ความว่านู๋ไผ่(เด็กนู๋เต้ย)ขึ้นมาจากระยอง อยากมาเดินจตุจักร เลยชวนนู๋ต้นไปด้วย
อ้าว เวร พากูไปเป็นส่วนเกินซะงั้น ชิชะ แต่ก็นะ ไม่เป็นไร มีรถรับ/ส่ง + อาหารกลางวันฟรี นู๋ต้นถึงไหนถึงกัน ฮิฮิ้ว
ไปรับนู๋ไผ่ที่หมอชิตแล้วก็ตรงดิ่งไปจตุจักรซะเลย ระหว่างทางฝนก็ตกไม่หยุดซักกะที เฉอะแฉะแน่ๆ
แล้วก็จริงอย่าที่คาด แต่ไม่คิดว่าคนมันจะท่วมจตุจักรขนาดนี้ นี่ขนาดฝนตกนะโว้ย ยังมีกะจิตกะใจมาเดินช็อปกันอีกรึ
แต่ก็ดีไปอีกแบบที่ไม่ร้อน อากาศค่อนข้างเย็นสบาย ถึงจะอบอ้าวไปนิดแต่ก็ดีกว่าอบอ้าวเพราะแดดเปรี้ยงๆ เนอะๆ
สาวๆแต่ละคนก็แต่งตัวไม่โดนใจวัยทองเลย เพราะอากาศไม่ร้อนเลยมะค่อยเห็นสาวๆใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น สายเดี่ยว ขาสั้น นี่หายากมาก ไม่แนวเลยวุ้ย
สรุปนู๋ต้นได้เสื้อเชิ้ต 1 ตัว กางเกงขาสั้น 1 ตัว นู๋เต้ยได้ เสื้อ 2 ตัว กางเกงขาสั้น 1 ตัว นู๋ไผ่ได้ กางเกงเล 2 ตัว กระเป๋า 1 ใบ แจ่มจริงๆ
สำหรับเสื้อเชิ้ตนั้น ตอนแรกเล็งเสื้อโปโลไว้ด้วย แต่ตัดสินใจได้ว่าจะเอาตัวไหนดี นู๋ไผ่เลยช่วยเลือกว่าเอาเสื้อเชิ้ตดีกว่าด้วยเหตุผลที่ว่า "มึงใส่แล้วดูสาวดีอีต้น" อ้าว เวร เกย์แดกซะงั้นกู
6 โมงก็ออกจากจตุจักร นู๋เต้ยแวะมาส่งนู๋ต้นที่บ้าน แล้วจะขับรถไปส่งนู๋ไผ่ที่ระยอง แล้วตัวเองก็กลับบ้านที่ชลบุรี โอ้ว อิไผ่ มึงใจมาก นั่งรถมาช็อปที่จตุจักรแล้วกลับระยอง แจ่ม!!
นู๋เต้ยก็เอ่ยปากชวนว่าไปเที่ยวเมืองชล ไปก๊งเหล้าริมทะเลมั้ย กลับมากรุงเทพคืนวันอังคาร โอ้ว ไม่ไหวนะ ขอบายดีก่า ช่วงนี้ทุนทรัพย์มีจำกัด
อาทิตย์นี้ไม่รู้จะมีโปรแกรมไปไหนมั่ง สงสัยได้นั่งๆ นอนๆ อยู่แต่ที่บ้านด้วยความเซ็งแน่เลย
ใครมีโปรแกมน่าสนใจก็บอกนู๋ต้นด้วยเด้อ จะได้มีโอกาสไปแจมด้วย งิงิ 2 septembre อะโกโก้เค้าโชว์อะไรกันมั่งโฮะๆๆๆ วันนี้ ไอ้ต้นเอาเรื่องติดเรตมาลงอีกแล้ว อิอิอิ ทำไงได้ มะรู้จะเขียนอะไรนี่หว่า เลยเอาเรื่องอื้อฉาวคาวโลกีย์มาตีแผ่ซะเลย เผื่อเพื่อนๆที่อยากรู้ว่าสังคมคนกลางคืนเค้าเป็นยังไงกันมั่ง อันที่จริงวันนี้ไอ้แนนมันชวนไปเดินเล่นที่สยามรอน้องเท็นเลิกเรียนตอน 3 ทุ่ม แต่ดันติดธุระต้องเอารถไปที่อู่ซะก่อน เพราะอาทิตย์หน้าประกันมันจะหมดแล้ว เลยกะจะเอาละเลงขูดรถแล้วเคลมทำสีรอบคันซะเลย กว่าจะหาอู่ที่เนียนๆได้ แทบแย่แหนะ
ได้อู่ที่ซอยอินทามะระ3 แจ่มสุดยอด ช่างก็รู้งาน บอกจะเคลมสีรอบคันเท่านั้นแหละ ฝั่งซ้ายเอาอิฐบล๊อกมาขูด จะได้อ้างว่าไปขูดกับเสา ฝั่งขวาเอาเหรียญมาขูด (โดนขูดตอนอารถไปที่เที่ยว) ฝากระโปรงก็เอาปลายเหล็กมาเซาะๆสีออกเป็นจุดๆ (โดนสะเก็ดหิน) เนียนจริง ช่วงระหว่างทางไปที่อู่ก็ผ่านบาร์อะโกโก้ ไอ้ต้นละนึกถึงอดีตสมัยปี 1 ซะเหลือเกิน โซนนี้นี่มากันกับเพื่อนๆทุกอาทิตย์เลย ทำไมน๊า มันมีอะไรดีขนาดนั้นน๊า มาติดตามอ่านกันมะ ขึ้นชื่อว่าอะโกโก้ หลายๆคนก็ต้องนึกถึง พัฒน์พงศ์ ไม่ก็ พัทยา ช่ายมะๆ แต่ 2 ที่นี้ ไอ้ต้นไม่เคยไปอะ เพื่อนเคยไปละเล่าให้ฟังว่าแม่งชาร์จกระจาย ราคานักท่องเที่ยวทั้งนั้น เห็นหัวดำๆดั้งหักๆเดินเข้าไป แม่งยังไม่เว้นเลย ไอ้ต้นและชาวคณะ (นานมากละ ตั้งแต่สมัยเรียนรามปี1) เลยไปเปิดหูเปิดตาที่โซนนี้แทน ซึ่งมีสายการันตีมาว่า ถูก และ แจ่ม อิอิอิ เล๊ทสะโก๊ บรรยากาศในร้านจะมืดๆ สลัวๆ กลางร้านจะเป็นเวทีกลม มีเสาเหล็กอยู่หลายเสาเหมือนกัน เอาไว้ให้น้องๆจับเวลาเต้น (ศัพท์เค้าเรียกว่า เต้นรูดเสา) ไฟหลากๆสีจะส่องไปที่เวทีโดยเฉพาะ นอกนั้นรอบๆเวทีจะเป็นโต๊ะโซฟา ให้แขกนั่งดูน้องๆโชว์ความสามารถพิเศษ อ๊ะๆ อยากรู้อะเด๊ ความสามารถพิเศษของผู้หญิงมีอะไรมั่ง ตามมาโลด 1. โชว์เปิดขวด อ๊ะๆ อย่าพึ่งทำหน้างงอย่างงั้น มะช่ายเอามือเปิดแบบธรรมดาๆนะเฟ้ย อันนั้นมันเบสิกเกินไป เค้าใช้อะไรเปิดรู้มั้ย ฮี่ๆๆๆ เอาจิ๊เปิดเลยนาเฟ้ย ไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย เริ่มโดยการที่สาวๆ 2-3 คนไปยืนเต้นๆบนเวที ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวบางยาวเลยสะโพกมาหน่อยนึง (โนบรา & กางเกงลิง) แต่ละคนถือขวดโซดา คนละ 3-4 ขวด เขย่าๆ อย่างรุนแรง แล้วเอาปากขวดยัดไปในจิ๊ แล้วก็งัด โป๊ะ!!! ฟู่!!! อะโห สุดยอด จิ๊เธอช่างพลังมหาศาลอะไรเช่นนี้ วันที่พวกไอ้ต้นไป โซฟาหน้าเวทีมีฝรั่งนิกโกรกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่ แม่งยื่นขวดเบียร์ที่โต๊ะให้น้องๆเค้าเปิดให้อะ โอ้ว นรก พวกมึงยังกล้าแดกกันอีกหรอเนี่ย 2. โชว์เก็บใบมีดโกน อันนี้น่ากัว ก็คงรู้อยู่อะนะว่าใบมีดโกนแม่งคมขนาดไหน นี่เอาด้ายผูกใบมีดโกนประมาณ 10 ใบมั้ง ต่อเป็นสายยาวยืดเลย ละพวกเจ๊แกก็นั่งชันเข่าบนเก้าอี้ (เอาชายเสื้อเชิ้ตมาปิดๆไว้ ไม่ได้อะหล่างฉ่างนะเฟ้ย) ค่อยๆเอาใบมีดโกนยัดเข้าไปข้างในอะ หูย ทำได้ไงวะ พอยัดเข้าไปหมด เจ๊แกก็ยืนละเดินรอบเวที 1 รอบ จากนั้นก็นั่งละค่อยๆสาวใบมีดโกนออกมาจากจิ๊จนหมด จากนั้นเพื่อพิสูจน์ว่ามีดโกนนี้คมเจงๆ เจ๊แกก็เอากระดาษมา 1 แผ่น ละใช้ใบมีดโกนกรีดกระดาษออก โห ใบมีดทุกใบแม่งคมเหี้ยๆเลย กระดาษขาดปึ๊ดๆเลยง่า 3. โชว์เป่าลูกดอก โชว์นี้ อะเมซิ่งมาก เพราะเจ๊แกช่างมีความแม่นยำซะเหลือเกิน เริ่มโดยเอาลูกโป่งมาผูกไว้กับเสาที่อยู่รอบๆเวที นั่งชันเข่า2ข้างบนเก้าอี้เหมือนเดิม ในมือก็ถือท่อเล็กๆยาวประมาณ 1 ฟุต ละก็ถือลูกดอกเล็กๆ ประมาณเข็มเย็บกระสอบอะ (นึกภาพออกป่าวหว่า) เอาไว้กำนึง จากนั้นเจ๊แกจะเอาท่อยัดเข้าไปในจิ๊ หย่อนลูกดอกเข้าในในปลายด้านนอก ขยับๆ เล็งๆ ให้ตรงกะลูกโป่งที่ผูกไว้ จากนั้นก็เบ่งลมปราณขั้นสูงสุด ปรุ๊ด!!! อะโห คุณพระ แม่นเหมือนผีจับยัด ทุกดอกโดนลูกโป่งหมดอะ นับถือในความแม่นยำเลย พอลูกโป่งที่ผูกกะเสาแตกหมด เจ๊แกก็ขออาสาสมัคร ให้เอาลูกโป่งไปวางบนหัว ก็ไม่เชิงบนหัวหรอก เอาลวดมาขดๆเป็นวงรอบหัว ละก็ต่อลวดเด่ขึ้นไปประมาณฟุตนึง ละผูกลูกโป่งไว้ข้างบน (เหมือนวงแหวนหลอดนีออนบนหัวเทวดา - นางฟ้าอะแหละ) ละเจ๊แกจะเป่าลูกดอกไปยิง ไอ้นิกโกรแก๊งเดิมขออาสา (ไอ้ชิบหาย ถ้าเข็มตกลงมาเจาะกะบาลมึงนี่ ไม่กัวเอดส์แดกรึไงวะ) แต่ก็นะ เจ๊แกก็ไม่พลาด แตกโป๊ะๆ ทุกลูก 4. โชว์ชู๊ตกล้วย อันนี้ยิ่งโคตรอะเมซิ่งเลย เจ๊แกนั่งชันเข่าบนเก้าอี้อีกอะแหละ ละก็เอากล้วยหอมที่ปอกเปลือกแล้วมายัดเข้าไปในจิ๊ จากนั้นก็เบ่งพลังลมปราณ ปรุ๊ด!!! อะโห พระเจ้าช่วย กล้วยพุ่งครับกล้วยพุ่ง พลังแรงเกินห้ามใจไหว ลอยสูงโด่งแล้วโค้งลงยังกะผีพุ่งใต้ พอลอยได้ระยะมือเอื้อมถึง เจ๊แกก็ยื่นมือไปคว้ากล้วยละก็เอามายัดจิ๊ แล้วก้ทำการเบ่งพลังลมปราณเหมือนเดิม พอเล่นจนเบื่อแล้วเจ๊ก็มองหาอาสาสมัครอีกแล้ว ชู๊ต 3 แต้มค่า ใครสนใจจะรับค๊า เดาได้ใช่มั้ย ใครจะอาสารับ ก็ไอ้พวกนิกโกรกลุ่มเดิมนะแหละ โบกมือเย้วๆปานชะนีขี่ช๊อปเปอร์ ละเจ๊แกก็พลังเยอะเหลือเชื่อ ห่างประมาณ 3 เมตร ยังชู๊ตมาถึงไอ้นิกโกรได้อะ Amazing Thailand จริงๆ ดีนะที่แม่งไม่รับละเอามากินอะ ห่า ถ้ามึงแดกไปพวกกูอ้วกคาโต๊ะจริงๆนะเว้ย!!! 5. โชว์อาบน้ำ อันนี้สยิวกิ้วมาก ที่มุมของร้าน 4 มุม จะมีตู้กระจกใสขนาด เมตรคูณเมตร พร้อมฝักบัว เมื่อถึงเวลาโชว์ สาวๆ หุ่นดี 4 คนก็เดินไปประจำคนละตู้ เปิดฝักบัวแล้วทำการอาบน้ำด้วยลีลาอันแสนยั่วยวนใจ ลูบไล้ไปทุกตารางมิลลิเมตรของร่างกาย (เปลือยนะเฟ้ย No censor at all) สระผม ถูสบู่ ลูบสบู่ทั่วตัว โฮ๊ย เลือดกำเดาจะกระฉูด ดีนะที่สายเรารายงานมาว่าจะมีโชว์แบบนี้ พวกเราเลยยึดโต๊ะที่ติดกับตู้กระจก ฮี่ๆๆๆ เสร็จโจร ละเด็กที่มาอาบน้ำตู้นี้ แม่งนมใหญ่เหี้ย โอ้ว ไม่ไหวแล้ว พวกเราแต่ละคนแม่งแทบจะเอาหน้าไปแนบตู้กระจก แต่เกรงใจบ๋อยที่มันยืนคุมหน้าประตูแต่ละตู้ เฮ้อ ขัดใจจอร์จอย่างแรง 6. เด็กนั่งดริ๊งค์ หลังจากที่น้องหนูอาบน้ำกันเสร็จแล้ว พอออกจากตู้ปุ๊บ เพื่อนที่ชื่อไอ้พิชก็ได้คว้าข้อมือน้องนมโตมานั่งตัก พร้อมกับจ่ายค่าดริ๊งค์ให้ (50 บาทเองอะ ณ ตอนนั้นนะ ตอนนี้ไม่รู้เพิ่มขึ้นรึยัง) สอบถามชื่อเสียงเรียงนามได้ความว่าชื่อ น้องวิ (สงสัยชื่อเต็มๆคือ วิสามัญโดยให้ตายคาอก ฮู๊ย ยอม!!!) พวกต้นเลยเรียกกันว่า น้องวิ38 (รอบ อก 38 นิ้วอะ เหอๆๆๆ ใหญ่ไม่ใหญ่คิดดูละกัน) จะว่าไปก็ไม่น้องหรอก เพราะเจ๊แกอายุ 20 กลางๆ ตอนนั้นพวกเรา 18-19 เอง ฝ่ายน้องวิก็กลัวพวกต้นจะเหงา เลยไปตามเพื่อนๆมานั่งตักกันครบทุกคน ดริ๊งค์ 50 บาท นั่งลูบๆ คลำๆ เคล้นๆ คลึงๆ โอ้ววว เพลินซะนี่กะไร (เมากันชิบหายแล้วด้วยแหละ เลยไม่มีความอายเหลืออยู่แล้ว ฮี่ๆๆๆ) ช็อตฮาจนสร่างเมาก็เกิดขึ้น ไอ้ออยแม่งเมาจัด เสือกเผลอเอานิ้วแหย่เข้าไปข้างในจิ๊เด็ก มารู้ตัวอีกที อ้าว กูเอานิ้วเข้าไปตั้งแต่เมื่อไรวะ โห วินาทีนั้นสติกลับคืนสู่ร่าง รีบเข้าห้องน้ำไปล้างมือ ฟอกสบู่กันชิบหาย กลับมาที่โต๊ะยังเอาโซดาราดอีกตะหาก ฮ่าๆๆๆ นี่ละน๊า เมาจนขาดสติ แอลกอฮอล์ลงไข่อีกแล้วเพื่อนกู หลังจากนั้นก็กลายเป็นขาประจำอะโกโก้แห่งนี้ แวะมาทุกอาทิตย์เพราะไอ้พิชแม่งติดใจนมน้องวิ มาทีไร พาออฟออกไปซัดทู๊กที น่าอิจฉาวุ้ย CNN ขอจบการบรรยายแต่เพียงเท่านี้ มีข้อสงสัยประการใด เม้นมาถามได้เน่อ ฮิ้วๆ ปล. ปัจจุบันเหมือนว่าร้านที่ว่ามานี้เจ๊งกะบ๊งไปแล้ว แต่ถนนเส้นนั้น อาณาบริเวณนั้น ก็ยังมีร้านแนวนี้อยู่ สนใจลองไปเยี่ยมชมได้นะ แต่เรื่องราคาคงไม่ถูกเหมือนสมัย 6-7 ปีที่แล้วหรอก 30 août มิดติ่งฮาเฮโย่วๆ หวัดดีฮะพี่น้อง เสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นไงกันมั่งเอ่ย สุขสันต์หรรษากันทั่วหน้าชิมั้ย
เมื่อวันอาทิตย์ นู๋ต้นและผองเพื่อนสมัยมัธยมก็มีนัดมิดติ่งกันเล็กน้อยตามประสาที่นานๆจะเจอกันที
เมื่อก่อนพวกเราจะนัดกันเดือนละ 1 ครั้ง คือจะนัดเจอกันทุกวันเสาร์ที่สองของทุกเดือน แต่หลังๆมาแต่ละคนเริ่มติดธุระ มามั่งไม่มามั่ง เลยต้องยุบกิจกรรมไป
ขนาดตั้งกฎกันไว้ว่า ถ้าใครขาดมิดติ่ง 2 ครั้งติดกัน คนนั้นต้องวิดพื้นที่หน้าร้าน 10 ที ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น เพราะไม่มีใครยอมขาด 2 ครั้งติดซักคน วัยทองเซ็งเลย นึกว่าจะได้ดูช็อตเด็ดซะแร๊น
มาเดือนนี้ก็ได้เวลาอันเป็นมงคลฤกษ์ แต่ละคนว่างกันพอดี เลยจัดการนัดรวมตัวกันซะเลย สถานที่ยังไม่ตัดสินใจ แต่ไปเจอกันที่บ้านของนู๋ฟลุคแล้วค่อยว่ากัน
6 โมงครึ่ง นู๋ต้น นู๋เอ นู๋สันต์ และนู๋เต้ย ก็ไปรวมตัวกันที่บ้านนู๋ฟลุค และแล้วก็ได้โปรแกรมคือไปเมากานที่ร้าน Gotcha เกษตร นวมินทร์
ก่อนจะไปเมาเราก็ไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า เอารถนู๋เอไปคันเดียวจะได้นั่งเม้ากันในรถได้ทั่วถึง
แต่พอขึ้นรถเท่านั้นแหละ นู๋ฟลุคดันตดซะงั้น แม่งเอ๊ย ไปแดกของเน่าที่ไหนมาวะเนี่ย เหม็นชิบหาย เปิดกระจกไล่กลิ่นแทบไม่ทัน
นู๋ต้นกับนู๋เอเสนอว่า จะพาไปกินต้มเลือดหมูใส่มะระ ที่ซอยลาดพร้าว71 เพราะเคยไปกินกันมา อร่อยสุดยอด ลองไปทานกันนะจ๊ะ
เสร็จแล้วเราก็ตรงดิ่งไปร้าน Gotcha ทันที พอไปถึงเอ๊ะทำไมคนเยอะจังวะ วันอาทิตย์น่าจะคนน้อย ที่ไหนได้ วันนี้มีคอนเสิร์ตคาราบาวซะด้วย เออดีวุ้ย จะได้เจอพี่แอ๊ดตัวเป็นๆ อิอิอิ
พอไปถึงร้านก็เจอนู๋เอกมาจอดรถรอแล้ว ส่วนนู๋ปิ๊กจะตามมาตอน 5 ทุ่ม โอ้ว มากันเกือบครบแก๊งเลยนะเนี่ย
ที่ร้านมีโปรโมชั่นพิเศษ ทำเมมเบอร์ 5,000 ได้เหล้า Black Label 3 ขวด มิกเซอร์ฟรี โอ้ว น่าสนใจมากมาย เลยหุ้นกันทำซะเลย
เข้าไปในร้านบรรยากาศก็ดี มีแต่ผู้ใหญ่ทั้งนั้นเลย เสียอย่างเดียวทีวีน้อยไปหน่อย ไม่มีจอโปรเจคเตอร์ใหญ่ๆด้วย อดดูบอลเลย
3 ทุ่มครึ่งวงดนตรีก็ขึ้น ส่วนมากร้องเพลงแนว Hiphop นักร้องช่าย 1 คน หญิง 2 คน น่ารักมากมาย ที่สำคัญ โอ้ว แม่เจ้า นั่นนมรึลูกโป่งนั่น เต้นทีก็กระเพื่อมที แจ่มจรืงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ที่ร้านยังมีสาวโคโยตี้ด้วย รวมๆประมาณ 30 คนได้ ขึ้นสลับสับเปลี่ยนกันเต้น โอ้ว แม่เจ้า เลือดกำเดาจะกระฉูด ขอทิชชู่มาอุดจมูกหน่อยเร๊ว
นู๋ฟลุคกับนู๋เต้ยก็เรียกเด็กมานั่งดริ๊งค์ด้วย น่ารัด เอ๊ย น่ารักมากมาย คุยเก่งแด๊นซ์กระจาย สตาร์ทที่ครึ่งชั่วโมง 2 ดริ๊งค์ หลังจากนั้นคิดดริ๊งค์ละ 30 นาที (ดริ๊งค์ละ 200 บาท)
บิลออกมาทั้งคืนนู๋ฟลุคกับนู๋เต้ยหมดไปคนละเกือบ 2 พัน ฮ่าๆ กระเป๋าแฟบกันไป เหล้าก็หมดไป ขวดครึ่ง โอ้ว พริ้ม
แต่ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล ร้านปิดแต่ความมันส์ยังไม่หมด ไปนั่งกินเหล้าต่อที่บ้านนู๋ฟลุค เล่นไพ่ป๊อกกินเหล้ากัน นู๋ฟลุคมี Green Label กับ Gold Label เหลืออยู่อย่างละครึ่งขวด
อะโห แจ่มจริงๆ คืนนี้ล่อตระกูล Johnnie Walker ซะเกือบหมดทุกฉลากเลย ขาด Red Label กับ Blue Label (แต่ Blue นี่ไม่ไหวนะ ขวดละเกือบ 6,000 จนปัญญาจริงๆ)
แต่ระหว่างทางที่มาบ้านนู๋ฟลุค ฝนดันตกหนักซะงั้น เลยไม่ได้แวะซื้อกับแกล้มกับมิกเซอร์เลย จะกินเพียวก็แมนเกิน นู๋ฟลุคเลยเสนอให้กินผสมกับเบียร์
โอ้ว คุณพระ แค่เหล้าอย่างเดียวก็เมาจะตายห่าแล้ว นี่ล่อผสมกับเบียร์ ไม่ตายคืนนี้ก็ไม่รู้จะตายคืนไหนละเนี่ย
นู๋สันต์ร่วงคนแรก ตอนประมาณตี 4 แต่ยังกลับบ้านไม่ได้เพราะฝนยังไม่หยุดตก เลยหนีขึ้นไปนอนที่ห้องนู๋ฟลุคซะงั้น
ประมาณตี 5 เหล้าหมด เบียร์ก็หมด แต่ความเมาไม่เข้าใครออกใคร นู๋ฟลุคไปเอาเหล้าหมักกระชายดำมาให้อีกขวดนึง โอย มึงจะฆาตกรรมหมู่เพื่อนๆใช่มั้ยเนี่ย ตับกูพรุนหมดแล้ว
สรุปกว่าจะยุบวง ล่อไป 7 โมงเช้า นู๋ต้นนี่เมาปลิ้นเลย จะอ้วกหลายทีละแต่เสียดายเหล้า เฮ้อ ชีวิต
กะจะนอนที่บ้านนู๋ฟลุคแหละ แต่นู๋เอบอกว่าขับรถไหว จะกลับมั้ยเดี๋ยวไปส่ง อีกอย่างจะพานู๋สันต์ไปส่งด้วย เพราะต้องเปิดร้านตอนเช้า (บ้านนู๋สันต์ขายวัสดุก่อสร้าง)
กว่าจะถึงบ้าน ล่อไป 8 โมงเฝ่ เมาชิบหาย เข้านอนทั้งๆที่ยังไม่ได้เปลี่ยนชุดเลย ตื่นมาอีกทีบ่าย 2 โมงกว่าเพราะปวดฉี่ เวียนหัวโคตรๆ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับมานอนต่อ ไม่ไหวแล้ว หมดสภาพอย่างแรง
ฟื้นคืนชีพอีกที 6 โมงเย็น ยังปวดหัวอยู่เลย ไม่มีอะไรให้กินอีกต่างหาก ต้องต้มมาม่ากินกันตาย เฮ้อ ชีวิต
ปล. สนุกสนานมากมาย แต่ทรมานตับโคตร ไว้ไปกันอีกนะเพื่อนๆ เหล้ายังเหลืออีกตั้งขวดครึ่ง อิอิอิ
26 août ปล่อยผีที่ Route66หวัดดีฮะพี่น้อง เป็นไงกันมั่ง สบายดีกันมั้ยเอ่ย
ช่วงนี้นู๋ต้นมิค่อยสบายซักเท่าไร เพราะป่วยเป็นโรคทรัพย์จาง เกิดอาการขาดวิตามิน M ฉับพลัน
ก็ตั้งแต่แม่จ๋ากลับบ้านนอกไปน่ะสิ นู๋ต้น On da way ทุกวันเลย เดินสายกินเหล้าตะลอนๆ จนเงินทองร่อยหรอไปหมด
สงสัยอัดอั้นตันตับ เพราะช่วงที่แม่จ๋าอยู่บ้านนู๋ต้นไม่ได้กระดิกไปไหนมาไหนกับเพื่อนๆเลย พอมีโอกาสเลยขอซะหน่อย อิอิ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมาก็ได้มีโอกาสไปเปิดหูเปิดตายังแหล่งอโคจรด้วยแหละ สถานที่ที่ถูกเลือกก็คือ Route66
ที่มาที่ไปก็มีเหตุเพราะนู๋ฝ้าย(1 ในสมาชิกแก๊งขี้เมา)จะเลี้ยงวันเกิด โอ้ว แจ่ม เมาจัง ตังค์อยู่ครบอีกแร๊น
นัดแนะกันว่าให้ไปเจอกันที่โน่นเลยละกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลารอคนนั้นคนนี้ โอเช แหม๋น 3 ทุ่มเจอกัน
แต่นู๋ต้นกับนู๋เอกว่าจะไปถึงที่ร้านก็ 4 ทุ่มนิดๆ เพราะแอบไปซื้อเค้กให้นู๋ฝ้ายก่อน ระหว่างทางนู๋ฝ้ายก็โทรตามยิกๆ สงสัยจะเหงา
ซื้อเสร็จ ก็ขับมา RCA พอได้ที่จอดรถก็มานั่งโซ้ยเตี๋ยวไก่ที่หน้าทางเข้า RCA อีกคนละชาม ทำไงได้ กองทัพต้องเดินด้วยท้องนี่นา
เติมพลังเรียบร้อยก็เดินเข้าไปที่ร้าน อะโห คนท่วมเลยวุ้ย ข้างล่างคนเต็มไปหมด สาวๆแต่ละคนน่ารัดเอ๊ยน่ารักทั้งนั้น อิอิอิ
เดินจนทั่วก็หาฝ้ายไม่เจอ เอาล่ะสิ ไปหลบอยู่หลืบไหนหว่า รึฝ้ายไปเข้าห้องน้ำ (เพื่อนฝ้ายอีก 2 คน นู๋ต้นกะนู๋เอไม่รู้จัก)
เลยเดินออกมานอกร้านละโทรหาฝ้าย อ้าว อยู่ข้างบนหรอกรึ หูย ทำเลห่วยอย่างแรง ยังงี้นู๋ต้นก็หมดสิทธิเสพสาวๆสิเนี่ย แงแง
พอขึ้นไปชั้นสอง หูย มีอยู่ 3 โต๊ะเอง โหรงเหรงโคตร แต่ก็นะ ดีละ ไม่แออัด เมาอยู่กะเพื่อนๆดีกว่า มีพื้นที่ให้แด๊นซ์ด้วย อิอิอิ
นั่งไปได้ซักพัก เพื่อนๆก็ทยอยตามมาอีก 5 คน ดริ๊ง + แด๊นซ์กันหนุกหนานสำราญใจ นานๆได้ออกมาปล่อยแก่กันที
สรุปคืนนั้น เรดลิตรหมดไป 1 ขวด เรด 700 CC หมดไปอีกขวดครึ่ง โอย เมาชิบหาย ตาลายโคตร ทำไมกูเมายังงี้วะ
ร้านปิดก็แยกย้ายกันเดินเป๋ไปที่รถ ดีนะที่นู๋เอมาส่งนู๋ต้นที่บ้าน ไม่งั้นแย่แน่ๆ เลย
หลังจากนี้โปรแกรมเที่ยวงดยาว เพราะนู๋เอโดนเมียด่า สั่งห้ามเที่ยว ห้ามกินเหล้า อย่างต่ำ 1 อาทิตย์ แต่ก็ดีนะ จะได้พักตับซะมั่ง
แต่เอ๊ะ ละโปรแกรมร้องเกะตอนสิ้นเดือนที่วางกันไว้ก็ล่มสิเนี่ย แต่ถ้าเมียนู๋เออนุโลมว่าร้องเกะได้ก็คงไม่มีปัญหาเนอะ อิอิ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ร้านคาราโอเกะ ชื่อร้าน W & Arena อยู่ที่ Town In Town ใกล้ๆกับร้านอาหารเหรียญแก้ว ถ้าใครจะมาก็ส่งซิกมาบอกนู๋ต้นด้วยนะ อิอิ
คิดไปคิดมาก็ดีแล้วที่ได้นั่งชั้นสอง ถ้าเผื่อได้นั่งข้างล่างติดกับประตูทางเข้า คงได้เจอลูกนักการเมืองเหี้ยๆ อยู่ใกล้ๆแน่เลย
เมื่อไรตระกูลแม่งจะชิบหาย ล่มจม ลูกแม่งจะเลิกสันดานอันธพาลซักทีวะเนี่ย อยุ่ไปก็รกโลกจริงๆไอ้ตระกูลนี้
คนไหนที่คิดสั้นอยากฆ่าตัวตายแล้วแบบมีประโยชน์ก็ช่วยถือปืนไปยิงแม่งทั้งโคตรทีเถอะ ระเบิดพลีชีพก็ได้ รับรองมีแต่คนชื่นชมทั้งประเทศ 23 août ร้องเกะกันอีกแว้วโอ๊เหย่ นู๋ต้นคัมแบ๊คแร๊นน๊าฮ๊า หลังจากที่หายหำไปซะนมยาน เอ๊ย นมนาน
ก็ช่วงที่ผ่านมาได้แต่เก็บตัวซุ่มโป่งอยู่ที่บ้าน กางตำราหน้าดำคร่ำเครียดกับการเตรียมตัวสอบ TOEFL
แต่พอถึงวันสอบจริงๆ เฮ้อ เซ็งจิตอย่างแรง ทำไม่ได้เลยอ่า หงุดหงิดกับตัวเองจริงๆ
แต่ก็เอาเถอะ มันผ่านไปละ อย่าไปสนใจเลย เมาไปวันๆเหมือนปกติดีก่า
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แม่จ๋ากลับบ้านนอกไปแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เฮ้อ มะมีแม่ครัวอันดับ 1 ของโลกมาอยู่ด้วยนี่เซ็งจริง
ปกตินู๋ต้นก็ชอบทำกับข้าวอะนะ สนุกดีเวลาจับโน่นนี่โยนลงหม้อ / กระทะ แล้วได้ออกมาเป็นอาหารฝีมือตัวเองเนี่ย
ทำกินเอง ก็อร่อยเองคนเดียว อิอิอิ แต่บางอารมณ์มันก็มีช่วงที่ขี้เกียจทำเหมือนกันนา เลยต้องอาศัยมาม่าประทังชีวิตไปวันๆ
สาวๆ คนไหนที่ชอบทำอาหารก็ทำเผื่อนู๋ต้นมั่งน๊า ใส่ปิ่นโตเอามาฝากนู๋ต้นด้วย นู๋ต้นจะอดตายอยู่แว้ว งิงิ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เมื่อวานนี้นู๋เอมาหาที่บ้านแต่เช้าเลยวุ้ย เอางานมาให้ช่วยพิมพ์ / ทำ power point ให้หน่อย ต้องเอาไป present ตอนเย็น
ทำเสร็จก็ช่วงบ่าย ด้วยความที่เบื่อก็เลยขอติดรถไปที่เรียนของนู๋เอด้วยซะเลย อยู่บ้านมาหลายวันติดแล้วจะลงแดงตาย
ไปถึงก็เกือบๆ 6 โมง (สวนดุสิต ศูนย์ดุสิตพานิชยการ อนุเสาวรีย์) อะโห ละลานตาไปหมดเลย แต่ละคนแจ่มๆทั้งนั้น
แต่ส่วนมากจะมีแต่วัยทำงานทั้งนั้น เพราะที่นี่เป็นศูนย์เรียนภาคค่ำ เลยหาวัยรุ่นอย่างเราๆ ทั่นๆ ไม่ค่อยจะได้
นู๋เอขึ้นไปเรียนตอน 6 โมงกว่าๆ นู๋ต้นก็เคว้งอะจิ ไม่รู้จะทำไร เลยไปเดินเล่นที่สวนสันติภาพที่อยู่ใกล้ๆ
อะโห ที่นี่ละลานตากว่าอีก นักศึกษาทั้งนั้นเลย ออกมาเต้นแอโรบิค ออกกำลังกายกันเพียบเลย เสร็จโจร อิอิอิ
หาทำเลเหมาะๆได้ก็หย่อนก้นนั่ง ดูคนผ่านไปผ่านมา ทั้งมาออกกำลังกาย มาเดินเล่นหลังเลิกเรียน / งาน ก็เพลินไปอีกแบบ
แต่ดูไปก็อิจฉา เค้ามาเดิน มานั่งคุยกันเป็นคู่ๆ มีนู๋ต้นเนี่ยแหละนั่งเปลี่ยวอยู่หัวเดียวกระเจี๊ยวลีบ เอ๊ย หัวเดียวกระเทียมลีบ
ดีนะที่หยิบหนังสือบนรถนู๋เอมานั่งอ่านฆ่าเวลาไปด้วย ไม่งั้นเซ็งตายเลย อ่านไปอ่านมา อะโห 2 ทุ่มกว่าแล้วหรอเนี่ย
ซักพักนู๋เอก็โทรมาบอกให้ไปเจอกันที่รถ วันนี้มีโปรแกรมไปร้องเกะที่เดิม ยะฮู๊ว ได้ปล่อยผีซักกะที อึดอัดมาหลายวันแร๊น
ไปถึงร้านเกะก็ 3 ทุ่มนิดๆ สมาชิกในห้องก็มี นู๋แนน นู๋เท็น นู๋โต๊ค นู๋โอ๊ค นู๋กิฟท์ ว๊าว เยอะแยะหนุกหนานแน่เลย
พึ่งเคยได้ยินนู๋โต๊คร้องเกะ อะโห เสียงดีวุ้ย ยิ่งนู๋กิฟท์นะ สุดยอดมากๆๆ เสียงดีกว่าพวก AF เสร่อๆบางคนอีก
นู๋กิฟท์ก็บอกว่าเคยประกวดร้องเพลงตามงานเล็กๆเหมือนกัน ได้รางวัลมาบ้าง แต่หลังๆขี้เกียจละ หูย อดไปเชียร์เลย
ร้องไปก็ดริ๊งค์ + แด๊นซ์ ไปด้วย มี 100pipers อยู่ขวดครึ่ง นู๋เอมีไวน์อีกขวดนึง โอ้วจอร์จ คืนนี้ปลิ้นแน่ๆ
แล้วก็เป็นอย่างที่คิด เมาชิบหอยเลย นู๋แนนกะนู๋เท็นขอแยกกลับไปก่อน นู๋โอ๊คก็มะค่อยกินเพราะต้องขับรถไกล เดี๋ยวซวย
เลยเป็นหน้าที่ของนู๋ต้น นู๋เอ และนู๋โต๊คที่ต้องรับผิดชอบเหล้า + ไวน์ โอ้ว แม่เจ้า กว่าจะหมด เล่นเอาเพี้ยนเลย
แต่ก็หนุกหนาน สำราญใจจริงๆ ไว้คราวหน้าต้องรวมพลกันมาร้องใหม่ เพราะโปรโมชั่นเหมาห้องทั้งคืน 300 หมดสิ้นเดือนนี้ละ
ไว้มีโปรแกรมหนุกหนานที่ไหนอีกจะมาเล่าสู่กันฟังเด้อ อิอิอิ
|
|
|