| Profil de NaruenartAlcoholism ~~ I live wit...PhotosBlog | Aide |
|
29 octobre ย้อนรอยทริปเชียงใหม่
17 ตุลาคม – หลังจากกลับมาจากเสม็ดได้ไม่ถึงครึ่งวัน อิต๋อม อาเข่า(ผัวอิต๋อม) แล้วก็กลอเรีย(พี่สาวอาเข่า) ก็นั่งเครื่องรอบเที่ยงไปเชียงใหม่(Air-Asia 3,4000 บาท) ก่อนขึ้นเครื่องไอ้ต้นก็โทรบอกไอ้เสี่ยยา(เพื่อนสมัยเรียนราม ตอนนี้กลับไปทำงานที่เชียงใหม่) ไว้ก่อนว่าให้มารับพวกอิต๋อมแล้วก็หาโรงแรมดีๆ ราคาไม่แพงมากให้พวกมันพักกัน ไอ้เสี่ยยาก็แสนดี อุตส่าห์ปลีกตัวมาเป็นธุระจัดการให้ ทั้งๆที่งานยุ่งแสนยุ่ง แทงคิ้ว มายเฟนด์ หลังจากอิต๋อมถึงเชียงใหม่ + เข้าที่พักแล้วก็กริ๊งกร๊างมาจิกตัวไอ้ต้นให้ไปเชียงใหม่ด้วยกัน ไหนๆเพื่อนไอ้ต้นก็คอยเทคแคร์แล้ว จะได้มาเที่ยว มาสนุกด้วยกันซะเลย นั่งๆ นอนๆ ก่ายหน้าผากคิดอยู่เกือบชั่วโมง เออ ไปก้ได้วะ เลยตาลีตาเหลือกไปดอนเมืองเพื่อจะไปซื้อตั๋วเครื่องบิน จะจองผ่านเว็บก็ต้องจองล่วงหน้า 24 ชะโมง จะจ่ายผ่านเว็บก็ต้องจ่ายผ่านบัตรเครดิต แม่งเอ๊ย ลำบากกูจริงๆ กว่าจะไปถึงดอนเมืองก็เกือบๆ 6 โมงเย็นละ ได้ตั๋วนกแอร์รอบ 20.25 น. ถึงเชียงใหม่ 21.35 น. ค่าตั๋ว 3,200 บาท ฮือๆ จนเลยกู (แต่ก็ยังถูกกว่า Air-Asia แถมที่นั่งโคตรสบาย พนักงานก็น่ารัก ต้องใช้บริการบ่อยๆซะละ) ถึงเชียงใหม่ปุ๊บก็โทรหาไอ้เสี่ยยาอีกแล้ว ให้มารับ+พาไปส่งที่โรงแรมหน่อยซิ(Royal Lanna ติดกับ Night BaZaar ซะด้วย) กว่าจะไปถึงก็ 4 ทุ่มนิดๆ กะจะชวนไอ้เสี่ยยากับเมียทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนแต่พรุ่งนี้มันต้องไปเคลียร์งานที่ลำปางตั้งแต่เช้ามืด โอเชดู๊ด ไว้ว่างๆค่อยว่ากัน ขึ้นไปหาพวกอิต๋อมที่ห้องพัก อะโห ห้องโคตรกว้าง เตียงคู่ มีอ่างอาบน้ำซะด้วย ค่าที่พัก 1,000 เดียวเองง่ะ แจ่มมากมาย จัดแจงเก็บสัมภาระ เตรียมตัวตะลุยราตรี โทรหาป๋าเด่น(เพื่อนรุ่นพี่ เปิดอู่รถฮอนด้าที่เชียงใหม่) ให้ป๋าแนะนำที่เที่ยวหน่อยซิ แถมยังไปไม่ถูกซะด้วย กลัวหลงทาง + โดนสองแถวชาร์จค่ารถแพงเกินเหตุ พอป๋ารู้ว่าพักที่ Royal Lanna ก็เป็นเรื่องเลย เพราะอยู่ห่างจากอู่ไม่ถึง 5 นาที ป๋าบอกเอางี้ เตรียมตัวไว้เลย เดี๋ยวไปหาละจะพาไปเที่ยว Warm Up กรี๊ดๆ ดีใจเหมือนถูกหวย ทำไมป๋าน่ารักยังงี้ 3 นาทีผ่านไปป๋ามาถึงแล้ว อะไรจะไวปานนั้น พานู๋ปุ้ยเมียสุดสวยของป๋ามาด้วย แต่เสือกเอา Civic 3 doors มารับ แล้วจะไปกันหมดได้ไงเนี่ย ป๋าเลยพาไปขึ้นรถสองแถว ค่ารถคนละ 20 บาท แล้วไปเจอกันที่ Warm Up อะโห บรรยากาศข้างในสุดยอดมาก ทำไมสาวเชียงใหม่แม่งทั้งสวยทั้งน่ารักยังงี้วะเนี่ย มองไปทางไหนนี่ก็เจอแต่คนน่ารัก ไม่เหมือนที่กรุงเทพแม่งต้องหาแล้วหาอีกถึงจะเจอแบบสวยๆ + หุ่นดี แต่ที่นี่ หุ่นดีกันทุกคน ผิวขาวจั๊วะ โอ้ว ไม่ไหวแร๊นนนนนน ค่าเหล้า + mixers แม่งโคตรถูก(Red 700 Mix 25) ป๋าเด่นบอกที่เชียงใหม่นี่ค่าครองชีพถูกมาก ถ้าอะไรก็ตามที่ขายแพงเกินไปคนเชียงใหม่เค้าจะไม่ง้อเลย ไม่ซื้อ ไม่อุดหนุน กิจการนั้นรอวันเจ๊งได้เลย แถมที่นั่นบรรยากาศก็ดี สาวก็สวย ป๋าบ่นเลยว่าทำไมมัวแต่ไปหลงงมงายอยู่ที่กรุงเทพตั้ง 20 กว่าปี มาเปิดอู่ที่เชียงใหม่ได้เกือบ 2 ปีแล้ว แจ่มกว่าที่กรุงเทพอีก ฮือๆ อยากไปอยู่นั่นมั่งง่ะ ตี 1 ผับปิด เม๊าเมา แต่สนุกสุดยอด ไอ้ต้นกะอาเข่ารีบออกมายืนที่ลานจอดรถเลย คอยสแกนหาสาวๆ โอ้ว พอออกมาเจอแสงสว่างข้างนอก แต่ละคนยิ่งน่ารักน่ามอง ขาวผ่องเป็นยองใย ช่างน่าพิศมัยเสียจริง แล้วสาวๆแต่ละคน ไม่ว่าจะมากันเองรึมากับแฟน ส่วนมากก็เอามอไซด์มาไม่ก็รถป๊อบ ส่วนน้อยมากๆที่จะเอารถยนต์มา ป๋าบอกสาวๆที่นี่ไม่บ้า Option ขอให้มีมอไซด์คันนึงก็หรูแล้ว ไม่เหมือนสาวกรุงเทพแม่งจิ๋มติดเบาะ ไม่มีรถก็อดแดก กรี๊ดๆ ยิ่งน่าไปอยู่กว่าเดิมอีก เชียงใหม่จ๋า โบกรถสองแถว ร่ำลาป๋า+นู๋ปุ้ย ตรงดิ่งกลับโรงแรม เม๊าเมาวุ้ย ยังมะได้กินข้าวเย็นเสือกมาซดเหล้าซะละ พรุ่งนี้ตื่นเช้าอีกเพราะมีโปรแกรมทัวร์หลายที่ จะไหวมั้ยเนี่ย!!! 18 ตุลาคม - ตื่นตั้งแต่ 7 โมงครึ่ง เพราะนัดไกด์ไว้ตอน 8 โมง โอยทรมานจริงๆ กะจะไปกินบุฟเฟต์อาหารเช้าซะหน่อย อดแดกเลยกู จัดแจงอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมตัวลุยเชียงใหม่ละวันนี้ กว่าจะเตรียมตัวเสร็จ ล่อไปเกือบ 8 โมงครึ่ง พี่เดช(ไกด์ชาวเชียงใหม่ที่ทางสนามบินแนะนำให้อิต๋อม คิดวันละ2,000บาท แพงไปมั้ยเนี่ย) มานั่งรอที่ล๊อบบี้แล้ว จุดหมายแรกจะพาไปปางช้าง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 1 ชั่วโมง โอเคเลยพี่ ขับไปโลด พวกผมขอนอนต่อบนรถละกัน อิอิอิ เกือบๆ 9.30 น ก็มาถึง ปางช้างแม่ตะมาน อยู่อำเภอแม่แตง ค่าใช้บริการคนละ 800 บาท มีดูโชว์ช้าง ขี่ช้าง นั่งเกวียน ล่องแพ เบ็ดเสร็จประมาณ 3 ชั่วโมง ดูโชว์ช้างนี่เริดมากๆ ช้างแต่ละตัวโคตรน่ารักเลย ฉลาดกันจัง ไฮไลท์ของโชว์คือช้างแต่ละตัวจะใช้งวงจับพู่กันแล้ววาดภาพลงบนผ้าใบ บางตัวก็วาดรูปต้นไม้ บางตัววาดรูปดอกไม้ แล้วที่เด็ดสุดคือมีตัวนึงวาดรูปช้าง อะโห อึ้ง+ทึ่งกันหมด แม่งทำได้ไงวะเนี่ย ฉลาดชิบหาย ว่าจะซื้อซะหน่อยโดนฝรั่งคนนึงแย่งซื้อตัดหน้าไปซะละ(ตั้งราคาไว้ 550 บาท น่าจะเปิดประมูลนะเนี่ย ได้ราคาดีแน่ๆ) จากนั้นก็ไปขึ้นหลังช้าง พาเดินตระเวนเลาะไปตามหมู่บ้านที่อยู่ติดกับปางช้าง สนุกสุดๆ โยกเยกยังกะฟัง Rock n Roll เลยนะเนี่ย จากช้างก็เปลี่ยนมานั่งเกวียนใช้วัว2ตัวคอยลาก ก็สนุกดีแต่เจ็บก้นไปนิด ปิดท้ายด้วยการไปนั่งล่องแพ ใส่ชูชีพ + หมวก นั่งตากแดดอยู่ครึ่งชั่วโมงได้ ทรมานจริงๆ แต่ก็สนุกโคตรๆ สาวไฮโซกลัวแดดมาทริปนี้ไม่ได้นะเนี่ย เที่ยงครึ่งออกจากปางช้าง มุ่งหน้าไปไร่โชคชัยที่อยู่ห่างไปประมาณ 30 นาที ไปดูหมู่บ้านกระเหรี่ยงคอยาว ไอ้ชิบหายแม่งเก็บค่าเข้าคนละ 250 บาท ขูดเลือดขูดเนื้อกันนี่หว่า เสียดายตังค์สุดๆ(ไอ้ต้นจะไม่เข้าละเพราะแพงเกิน แต่อาเข่าอาสาจะออกตังค์ให้ ไหนๆก็มาด้วยกันแล้ว) อะไรวะ กะอิแค่ไปดูกระเหรี่ยงคอยาวนั่งทอผ้าอยู่ 4-5 คนเนี่ยนะ เก็บแพงไปป่าวเพ่ สอบถามสาวกระเหรี่ยงก็ได้ความว่า เริ่มใส่ห่วงทองเหลืองที่คอตั้งแต่อายุ 5 ขวบ แล้วจะเพิ่มทีละ 2 วง ทุกๆ 4 ปี (ขอบอก ห่วงแม่งหนักโคตรพ่อ) ตระเวนถ่ายรูป พูดคุยซักถามแบบรู้เรื่องมั่ง ไม่รู้เรื่องมั่งอยู่เกือบชั่วโมง ก็ไปเที่ยวที่อื่นต่อ อาเข่าอยากไปดูน้ำตก(ไม่ได้เอาชุดมาเปลี่ยน เลยได้แค่ดู อดลงไปเล่น) พี่เดชเลยพาไปน้ำตกแม่สา แล้วแม่งไกด์ควยไรเนี่ย เสือกไม่เคยมาน้ำตกนี้มาก่อน โดนเก็บค่าผ่านทางคนไทย 20 ต่างชาติ 200 ค่ารถอีก 10 เบ็ดเสร็จล่อไป 470 (อาเข่า+กลอเรียเป็นคนฮ่องกง) จะถอยรถกลับอยู่แล้วแต่อาเข่าบอกอยากไปถ่ายรูป + เดินเล่นในนั้น โอเค มึงจ่ายไปเลยอาเข่า น้ำตกขุ่นโคตรๆ สงสัยเพราะฝนตกหนักมาหลายวัน ก่อนหน้านี้เชียงใหม่ก็น้ำท่วม เลยมะค่อยแจ่มเท่าไร แต่ก็มีคนมาเที่ยวเยอะแยะเลย อยากลงไปเล่นน้ำมั่งวุ้ย ออกจากน้ำตกแม่สาก็เกือบๆ 4 โมงครึ่ง ยังไม่หิวกันเท่าไร พี่เดชเลยพาไปสวนพฤกษศาสตร์ ค่าเข้าคนละ 20 เอง ข้างในบรรยากาศดีมากเพราะอยู่บนเขา อากาศเริ่มเย็นแล้ว ลมพัดเอื่อยๆ โรแมนติกสุดๆ ถ้าเป็นตอนเช้าๆต้องมีทะเลหมอกแน่เลย ข้างในสวนพฤกษศาสตร์จะมี่หลายอาคาร แต่ที่สวยสุดก็ต้องเป็นอาคารพืชแล้งน้ำ เพราะต้นกระบองเพชรแต่ละต้นสวยมากๆ แถมยังจัดสวนได้สวยอีกตะหาก เสียดายกล้องถ่ายรูปแบตหมด เลยอดเก็บภาพไว้เลย โดนเจ้าหน้าที่ไล่ออกจากสวนพฤกษศาสตร์ประมาณ 5 โมงครึ่ง เพราะเค้ากะลังจะปิดแล้ว แหม ทดเวลาเจ็บหน่อยก็ไม่ได้ อากาศดี๊ดี อยากมาปูเตนท์นอนจริงๆ แต่ละคนเริ่มหิวกันแล้ว พี่เดชเลยพาไป dinner ที่ร้านโป่งแยง แอ่งดอย ขอบอก บรรยากาศดีสุดๆ มีน้ำตกด้วย แล้วแม่งสวยกว่าน้ำตกแม่สาที่ไปเสียค่าโง่ซะอีก พี่เดชก็บอกว่าไม่เคยมากินร้านนี้ ไม่รู้ว่ามีน้ำตกสวย ไม่งั้นไม่พาไปน้ำตกแม่สาหรอก เฮ้อ พลาดซะงั้น ด้วยความหิวเลยสั่งมาซะเต็มโต๊ะ อาหารก็ไม่แพง อร่อยอีกตะหาก แต่เสียดายอยู่ไกลตัวเมืองไปหน่อย ทานข้าวเสร็จก็ตบท้ายด้วยเบียร์คนละขวดกะอาเข่า นั่งตบยุงกินบรรยากาศ แหม เพลินดีจริงๆ กว่าจะถึงโรงแรมก็ 2 ทุ่มกว่าๆ ป๋าเด่นนัดว่าจะพาไปเที่ยวสองสลึง แต่ท่าทางจะหมดสภาพแล้ว เหนื่อย+เพลียโคตรๆ พรุ่งนี้ยังต้องไปตระเวนอีก เลยโทรไปแคนเซิลกะป๋า อิต๋อม อาเข่า กลอเรีย อยากไปเดินไนท์บาซาร์ที่อยู่ติดกับโรงแรม แต่ไอ้ต้นขอบาย ไม่ไหวแล้ว บู๊มาหลายวันติด ขอนอนแช่น้ำอุ่นจิบเบียร์อยู่ที่ห้องดีก่า ว่าแล้วก็เปิดน้ำอุ่นใส่อ่าง เปิดตู้เย็นคว้าขวดเบียร์มานั่งจิบฆ่าเวลา พอน้ำใกล้เต็มอ่างก็เลยลงไปนอนแช่ซะเลย โอว สบายสุดสุด 19 ตุลาคม - กว่าจะแหกขี้ตาตื่นก็ 8 โมงนิดๆ อาบน้ำแต่งตัวลงไปกินอาหารเช้า มะวานก็มะได้กิน เสียดายบัตรชิบเป๋งเลย ซัดกันซะพุงกางรอเวลาที่พี่เดชจะมารับตอนประมาณ 9โมงนิดๆ วันนี้โปรแกรม แรกไปนมัสการวัดพระธาตุดอยสุเทพ อิอิอิ ไปถึงก็เกือบๆ 9 โมงครึ่ง ตระเวนไหว้พระ ทำบุญ ถ่ายรูป กว่าจะออกจากที่นั่นก็เกือบๆบ่ายโมงแล้ว จุดหมายต่อไปคือพระตำหนักภูพิงราชนิเวศน์ อยู่เลยขึ้นไปจากวัดพระธาตุประมาณ 15 นาที ข้างในมะค่อยมีไรเลย คงเพราะเจ้าหน้าที่พึ่งจะเอาดอกไม้มาลงมั้ง รอรับเสด็จพระราชินี(จะมาประทับที่นี่ตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม ของทุกปี) มันเลยยังไม่บานเต็มที่ แต่พอเดินขึ่นเขาไปทางแอ่งเก็บน้ำ อะโห มีน้ำพุตั้งหลายตัว สวยมากๆ ถ้าเป็นตอนกลางคืนเปิดน้ำพุ เปิดไฟสีๆ จะแจ่มกว่านี้อีกนะเนี่ย ออกจากพระตำหนักภูพิงก็ 2 โมงกว่าๆ จุดหมายต่อไปก็คือบ่อน้ำพุร้อนที่สันกำแพง โอเค มู๊ฟ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง นั่งหลับกันอีกแล้ว ค่าเข้าคนละ 15 บาทเอง(ให้อาเข่ากับกลอเรียฟอร์มเนียนเป็นคนไทย ไม่งั้นเสียคนละ 30) มีทั้งน้ำพุร้อน ท่อส่งน้ำพุร้อนมาลงที่อ่างต้มไข่ สระว่ายน้ำแร่ ห้องอาบน้ำแร่ ห้องซาวน่า รับนวดฝ่าเท้า โอ๊ยเยอะแยะ เดินกันเพลินเลย ว่าแล้วก็เดินไปซื้อกระเช้าไข่เอามาต้มในบ่อน้ำพุร้อน(กระเช้าละ 20 บาท แบบกระเช้าไข่ไก่ มีอยู่ 4 ฟอง แบบกระเช้าไข่นกกระทามีอยู่ 10 ฟอง) มีคำแนะนำติดไว้ที่ข้างบ่อว่า อุณหภูมิของน้ำ 105C ต้มแบบไข่มะตูม 6 นาที แบบสุกปานกลาง 8 นาที แบบสุกเต็มที่ 10 นาที เออ ดีวุ้ย เอากระเช้าไข่ลงไปแช่ พี่เดชอาสานั่งเฝ้าให้ พวกเราก็ไปตระเวนถ่ายรูป เดินไปดูโซนต่างๆ ประมาณ 15 นาทีก็กลับมาที่บ่อแช่ไข่ ไหนเอามาลองกินซิ มันจะอร่อยกว่าต้มเตาแก๊สอ๊ะป่าว ด้านข้างจะจัดที่นั่งเป็นซุ้มๆ ตั้งอยู่ใกล้ๆกับคลองส่งน้ำพุร้อน จัดไว้ให้คนที่มาเที่ยวได้นั่งแช่เท้า พวกเราก็เลยยึดซะ 1 ซุ้ม นั่งเอาเท้าไปแช่น้ำพุร้อนพร้อมกับนั่งปอกไข่ต้มกินกันด้วยความเอร็ดอร่อย เพลินดีจริงๆ ประมาณ 5 โมงก็ออกจากบ่อน้ำพุร้อนมุ่งหน้าเข้าตัวเมือง เพราะนัดกับป๋าเด่นว่า เวลาประมาณ 6 โมงครึ่งจะมากินข้าวเย็นกันที่ร้านผาลาด ตะวันรอน ร้านอาหารบรรยากาศดีอยู่ทางไปสวนสัตว์เชียงใหม่ แต่ระหว่างทางฝนดันตกลงมาซะนี่ ตอนแรกก็คิดว่าจะตกปรอยๆไม่นานก็หยุด ที่ไหนได้แม่งตกโคตรหนักเลย ละตกแบบไม่หยุดซะนี่ กว่าจะเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ได้ก็เกือบ 6 โมงครึ่งละ แล้วที่สำคัญ เชียงใหม่น้ำท่วมครับทั่น โอ้ว พระเจ้ายอด นี่ขนาดตกมาชั่วโมงเดียวเองนะเนี่ย โทรหาป๋าเด่น เอาไงดีป๋า ร้านที่เราจะไปเนี่ยมัน Open air รึมีหลังคาบังเนี่ย ป๋าแกก็บอกว่ากะลังจะโทรมาให้เปลี่ยนที่อยู่พอดี เพราะร้านผาลาด ตะวันรอนมันแบบ Open air ฝนตกหนักขนาดนี้ก็จบข่าว เปลี่ยนแผนไปร้าน Good View ริมแม่น่ำปิงแทนละกัน ไปรึงร้าน Good View ประมาณทุ่มนึง อะโห บรรยากาศดี๊ดี นักท่องเที่ยวเพียบเลย นั่งซักพักป๋าเด่นกะน้องปุ้ยก็มา ด้วยความหิวก็สั่งอาหารซะเต็มโต๊ะอีกแล้ว อร่อยๆทั้งนั้นเลย ระหว่างนั่งทานอาหาร ทางร้านก็มีวงดนตรีสดมาเล่นดนตรี+ร้องเพลงให้ฟัง ขอบอกอีกแล้ว(ถึงจะไม่อยากอ่าน ไม่อยากฟัง ไอ้ต้นก็จะบอกกกกกก)ว่าสุดยอดมากๆ ดนตรีเล่นดีมาก นักร้องนี่เสียงโคตรดี ไอ้พวกขายรูปร่าง ขายหน้าตา แล้วมาออกเทปอย่างค่ายแกรมมี่ RS นี่ชิดซ้ายไปเลย น่าพาไปนั่งร้านนี้ซักครั้ง เผื่อจะละอายใจขึ้นมามั่ง กินกันพุงจะแตก เช็คบิลมา 1,600 เองง่ะ ถ้าเทียบปริมาณ+ชนิดของอาหารกับที่กรุงเทพแล้ว บิลออกมาต้อง 4,000 อัพแน่เลย ทำไมที่เชียงใหม่มันถูกยังงี้เนี่ย น้องปุ้ยบอกว่ามีรถเข็นขายอาหารญี่ปุ่นอยู่เจ้าหนึ่ง ปุ้ยกับป๋าเด่นไปอุดหนุนประจำ รสชาตินี่ฟูจิ + โออิชิ + เซ็น ชิดซ้ายเลยเพราะคนญี่ปุ่นมาทำเอง แถมราคายังไม่แพง(ข้าวหน้าหมูชามเบ้อเร่อที่ร้านขาย 30 บาท ฟูจิขาย 180) เอาไว้ไปเชียงใหม่คราวหน้า พาพี่ไปทานด้วยนะจ๊ะ ออกจากร้านเกือบๆ 4 ทุ่ม ป๋าเด่นกะปุ้ยอาสาไปจองโต๊ะที่ร้านสองสลึงก่อน ส่วนพวกเราก็กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงแรม เที่ยวสั่งลาเชียงใหม่คืนสุดท้ายแว้ว ระหว่างเตรียมตัวไอ้เสี่ยยาโทรมาชวนไปกินข้าวกันพอดี พวกเรากินกันแล้วเลยให้มันกับเมียไปกินกันก่อน แล้วมารับพวกเราที่โรงแรมเพื่อจะได้ไปเที่ยวสองสลึงด้วยกันโลด อิอิอิ พอเหมาะพอเจาะจริงๆ 4 ทุ่มนิดๆ ไอ้เสี่ยยากะเมียก็มารับที่โรงแรม ตรงดิ่งไปร้านสองสลึง อยู่แถวๆเลียบคลองชลประทาน บรรยากาศฮิพฮอพจ๋า สาวๆก็แจ่มแต่สู้ Warm Up ไม่ได้(ที่สองสลึงเน้นดนตรีสดสไตล์ฮิพฮอพ ส่วน Warm Up เน้นเปิดแผ่น) ดริ๊งค์ไปแด๊นซ์ไป แต่ไม่มันส์เท่าวันแรกที่ Warm up คงเพราะเหนื่อย+เพลียด้วยล่ะมั้ง กว่าเหล้าจะหมด กว่าร้านจะปิด ปาเข้าไปตี 1 ครึ่ง โอย จะสลบอยู่แล้ว ดีนะที่พรุ่งนี้ไม่มีโปรแกรมไปตะลอนทัวร์อีก เช็คเอาท์เที่ยงละก็ไปรอขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพเลย ส่วนคืนนี้รีบกลับโรงแรมกันเถอะ ไอ้เสี่ยยากะเมียก็อาสาไปส่งที่โรงแรม เพราะแถวนั้นไม่ค่อยมีสองแถววิ่งผ่าน ยิ่งดึกๆยังงี้ต้องรอนาน อีกอย่างจะได้นัดแนะเวลาด้วย พรุ่งนี้มันว่าง จะพาไปทานอาหารเที่ยงละก็พอไปส่งที่สนามบิน กรี๊ดๆ น่ารักจริงๆเพื่อนกู 20 ตุลาคม - กว่าจะแหกขี้ตาตื่นก็ปาเข้าไปเกือบ 10 โมง ล้างหน้าแปรงฟัน ลงไปกินอาหารเช้าก่อน(บุฟเฟต์มี 06.00น – 10.00น) กินกันอิ่มละค่อยขึ้นมานอนต่อ ประมาณเที่ยงไอ้เสี่ยยาก็โทรมาบอกว่าเสร็จธุระแล้ว อีกครึ่งชั่วโมงจะมารับ เลยเร่งอาบน้ำ แต่งตัว แพ๊คกระเป๋า เตรียมเช็คเอาท์ลงไปรอที่ล๊อบบี้ เที่ยงครึ่งไอ้เสี่ยยาก็มาพร้อมกับเมียสุดที่รักของมัน ยกกระเป๋าขึ้นรถแล้วก็พาไปซื้อของฝากจากเชียงใหม่ที่ร้านวนัสนันท์ ได้ของฝากกันเพียบเลยทั้งไส้อั่ว แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม กระเทียมโทนดอง ของโปรดทั้งนั้น เหลือบดูนาฬิกา โอ้ว บ่ายโมงกว่าๆแล้ว ต้องไปเช็คอินตอนบ่าย 2 โมง ยังพอมีเวลาอยู่นิดหน่อย ไอ้เสี่ยยาเลยพาไปกินข้าวซอยเสมอใจ ใกล้ๆวัดฟ้าฮ่าม เป็นร้านข้าวซอยอร่อยสุดซู๊ดของเชียงใหม่เลยนะเนี่ย แล้วก็ไม่ผิดหวัง ของเค้าดีจริงๆ รีบกินรีบจ่ายตังค์แล้วก็บึ่งไปสนามบิน ถึงนั่น2โมงเป๊ะๆ ดีจังรถไม่ติดเหมือนกรุงเทพ ร่ำลาอาลัยไอ้เสี่ยยาด้วยความซาบซึ้งน้ำใจ ไว้มีโอกาสจะไปรบกวนใหม่เว้ยพวก เครื่องออก 3 โมง ถึงกรุงเทพ 4 โมง กว่าจะถึงบ้านก็ 5 โมงนิดๆ เหนื่อยโคตรๆ แวะซื้อข้าวหน้าหมู่บ้านกลับมาอาบน้ำ ทานข้าว ทานยาแก้ไข้ แก้หวัด นั่งเล่นคอมซักพักไม่เกิน 3 ทุ่ม โอย ไม่ไหวแล้ว นอนพักดีก่า วันพรุ่งนี้ต้องไประยองอีก โปรแกรมเที่ยวติดๆกันเลยวุ้ย โห ยาวชิบหาย กะว่าจะเขียนทริประยองต่อ แต่แค่นี้ก็ตาลายแล้ว เอาไว้ไม่ขี้เกียจจะมาเล่าให้ฟังละกัน วันนี้เท่านี้ก่อนเด้อ รักษาสุขภาพกันด้วยนะคร๊าฟพี่น้อง Commentaires (76)Pour ajouter un commentaire, connectez-vous avec votre identifiant Windows Live ID (si vous utilisez Messenger ou Xbox LIVE, vous avez un identifiant Windows Live ID). Connectez-vous Vous n'avez pas d'identifiant Windows Live ID ? Inscrivez-vous
RétroliensL'URL de rétrolien de ce billet est : http://nosdrive.spaces.live.com/blog/cns!7B5BC9DC3A639426!5928.trak Blogs Web qui font référence à ce billet
|
|
|